Wednesday March 29, 2017

รสชาติครบเครื่อง จัดจ้าน แซ่บเว่อร์ ทั้งไทย ฟิวชั่น และลาว พร้อมสรรพได้ที่ร้าน พาข้าว เชียงใหม่

Written by | 16/11/2016
Filed in: ร้านอาหารไทย

ร้านอาหารที่จะมีทั้งไทย ฟิวชั่น และลาว อยู่ด้วยกันนั้นน้าอ้วนว่าหาได้ค่อนข้างยาก เพราะแต่ละร้านก็จะเน้นในสิ่งที่ตนเองถนัดเป็นหลัก น้าอ้วนไปเจอร้านหนึ่งที่แบบว่าบรรยากาศค่อนข้างที่จะแปลกตา เพราะเป็นร้านอาหารไทยที่อยู่ในบ้านเรือนไทย และเป็นร้านอาหารที่แบบว่ามีทั้งไทย ฟิวชั่น จีนเล็กๆ และลาวด้วย เรียกได้ว่ามาร้านเดียวนี่ได้ครบทุกอย่าง ที่ร้าน พาข้าว (Pa-Khao)

คำว่าพาข้าว มาจากภาษาอีสานที่ใช้เรียกสำรับอาหาร เวลานำมาต้อนรับแขกว่า “พาข้าว พาน้ำ” หรือมีความหมายเดียวกันกับคำว่าขันโตกทางเหนือบ้านเรา ร้านจะอยู่ในซอยเทวฤทธิ์ ชื่อซอยนี้อาจจะไม่คุ้นหูกันสักเท่าไร เอาง่ายๆ ถ้ามุ่งหน้ามาทางสี่แยกรินคำ ก่อนถึงสี่แยกมองทางซ้ายมือจะมีคลีนิคที่ชื่อ “ปณิภา คลีนิค” หรือซอยโรงแรมหอมไก๋ อันเดียวกัน ให้เข้ามาประมาณ 200 เมตร สังเกตซ้ายมือจะมีบ้านทรงเรือนไทยตั้งอยู่ นั่นแหละจ่ะ ร้าน “พาข้าว” เขาหละ สำหรับรถมอเตอร์ไซค์จอดได้บริเวณหน้าร้านเลย ส่วนรถยนต์นี่ไม่ต้องห่วงเพราะซอยนี้เป็นซอยที่ค่อนข้างกว้าง ดังนั้นสามารถจอดข้างทางได้เลย

dsc_8998

เดินเข้ามาแว๊บแรกก็จะได้พบกับบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ สวยงาม แต่ทางร้านเปิดให้บริการเฉพาะโซนด้านล่าง (ใต้ถุน) นะจ๊ะ ส่วนโซนด้านบนยังไม่มีแพลนจะเปิดให้บริการ แต่ถ้ามีกรุ๊ปที่ต้องการจะทำ Private Party ก็สามารถใช้สถานที่ด้านบนได้ สำหรับร้านนี้จะมีอยู่ 3 โซน 3 อารมณ์หลักๆ ได้แก่ โซนเรือนไทย โซนสวนสวยที่เป็นส่วนตัว และโซนคอฟฟี่บาร์ทันสมัย แต่ก็ผสานกันได้อย่างลงตัวพร้อมให้บริการ

dsc_9001 dsc_9005 dsc_9012 dsc_9021 dsc_9037 dsc_9052 dsc_9056

อย่างที่บอกว่าที่นี่มีทั้งไทย ลาว ฟิวชั่นและจีนเล็กๆ ผสมผสานกันมาในเมนู ดังนั้นวันนี้น้าอ้วนจะเอาเมนูเด็ดๆ ที่บอกเลยว่าแอบมีความอลังการอยู่ในตัว แต่รสชาติก็สุดยอดตามไปด้วย

ปูอลาสก้าทอดพริกเกลือ (2,500 บาท) ปูอลาสก้า ปูที่ได้รับฉายาว่า King Crab ตัวใหญ่สมชื่อจริงๆ จานนี้ขนาด 1.4 กิโลกรัม บอกเลยว่ามันตัวใหญ่มาก ใครที่อยากกินปูอลาสก้าแต่ไม่อยากไปโรงแรมเพราะบอกเลยว่าตัวขนาดนี้ ราคาแบบนี้ไม่ได้หรอก แต่ต้องบอกก่อนว่าเมนูนี้ต้องสั่งจองนะจ๊ะ เพราะมีปริมาณจำกัดในแต่ละวัน และสามารถเลือกให้เชฟเอาไปทำได้หลากหลายเมนูแล้วแต่ที่เราจะเลือก แต่จานนี้มาเป็นแบบทอดพริกเกลือ รสชาติเผ็ดนิดๆ เค็มหน่อยๆ กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู๊ด หรือซอสต่างๆ ก็อร่อย เมนูนี้ต้องบอกเลยว่าทำให้ได้รสชาติของเนื้อปูได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว

dsc_8856

ปูทะเลผัดผงกะหรี่ (500 บาทราคาเดียว) ปูทะเลตัวโต ไซส์ใหญ่น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 400 กรัมต่อตัว แกะเนื้อ ทุบคีม ทุบก้ามให้เปลือกแตก เอาไปผัดกับผงกะหรี่ ใส่ไข่ ปรุงรสให้เป็นไปตามที่เชฟถนัด จนได้เป็นปูทะเลผัดผงกะหรี่กลิ่นหอมหวน สีเหลืองสวยงามและที่สำคัญ และเหนือไปกว่านั้นคือความสดและความแน่นของเนื้อปูนั่นเอง

dsc_8884

ล็อบสเตอร์ผัดไข่ซอส X.O. (950 บาท) กุ้งมังกรตัวใหญ่ ไซส์ 550 กรัม ใครอยากกินเมนูกุ้งมังกรที่ราคาไม่ถึงพัน ต้องมาที่นี่ กุ้งมังกรตัวโตเนื้อแน่น ผัดกับซอส  X.O. สูตรพิเศษเฉพาะของทางร้าน จนเข้าเนื้อ ใส่ไข่ลงไปเพื่อเพิ่ม texture ของอาหารจานนี้ เมนูทะเลรสชาติเลิศหรูผสมผสานกับกลิ่นอายของความเป็นจีน ตักทีไรได้เนื้อกุ้งที่แน่นเคี้ยวเพลินทุกที

dsc_8895 dsc_8947

ผ่านไป 3 เมนู บางคนก็อาจจะคิดในใจว่าน้าอ้วนนี่เอาแต่อะไรแพงๆ มาให้ดูเนี่ย บางคนก็อาจจะไม่พร้อมที่จะสั่งเมนูแบบนี้ก็ได้ ดังนั้นเรามาดูเมนูปกติ ราคาธรรมดากันบ้างเนอะ อิอิ … เริ่มจาก หมูย่างตะไคร้เสิร์ฟคู่กับตากีล่าช็อต (185 บาท) เริ่มจากเมนูที่ขยับราคาลงมาไม่ถึง 200 บาทบ้าง สันคอหมูที่แน่นและนุ่มอร่อย (เป็นเนื้อส่วนที่น้าอ้วนว่ามันเลิศสุดของหมูละ) เอาไปคลุกกับเครื่องสมุนไพรตามแบบฉบับไทยๆ เอาไปย่างอ่อนๆ จนสุกได้ที่ นำมาเสียบกับตะไคร้เพื่อให้ได้กลิ่นของตะไคร้ซึมเข้าไป และเสิร์ฟพร้อมกับตากิล่าช็อต ที่บอกเลยว่าช็อตเดียวไม่น่าจะพอ ๕๕๕๕๕

dsc_8910

ปลาเทร้าท์อบสมุนไพร (170 บาท) เขาบอกว่ากินปลาแล้วจะฉลาด ดังนั้นเมนูนี้แหละอร่อยด้วย ได้ประโยชน์ด้วย ปลาเทร้าท์ (เป็นญาติสนิทกับแซลมอน) เนื้อแน่นและละมุน เอาปลาไปคลุกกับสมุนไพรต่างๆ เอาไปอบกับใบเตยจนได้ปลาอบสมุนไพรที่หอมมาก และรสชาติก็นุ่มละมุนสุดๆ

dsc_8913

แซลมอนสไปซี่ช็อต (200 บาท) ปลาเทร้าท์ผ่านไป มาเจอกับปลาแซลมอนบ้าง ปลาแซลมอนที่แล่ชิ้นพอดีคำ เอาไปคลุกเคล้ากับน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสเด็ดที่แอบผสมวาซาบิลงไปด้วย จนได้เป็นความจี๊ดจ๊าดแบบไทยและความฉุนแบบญี่ปุ่น ใส่แก้วช็อตขนาดกำลังดีพอคำ เป็นเมนูเรียกน้ำย่อย หรือจะเป็นเมนูกับแกล้มกินคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ได้เป็นอย่างดี

dsc_8841 dsc_8847

ซุปบักมี่ (60 บาท) เมนูอีสานแบบออริจินอลโดยแท้ บักมี่ก็คือ “ขนุน” เมนูเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น จากคุณแม่นิตยา จนถึงรุ่นของเจ้าของร้าน ถ้าจะพูดกันแล้วซุปบักมี่ก็คล้ายๆ ตำขนุนทางภาคเหนือแต่รสชาติจะออกไปทางอีสานจ๋าเลย ใครคิดถึงเมนูพื้นบ้านท้องถิ่นของภาคอีสาน ก็สั่งเลย!!

dsc_8945

เมนูที่ทำให้ทุกคนตกใจ เพราะไม่คิดไม่ฝันว่าร้านสวยๆ ดีๆ แบบนี้จะมีเมนูนี้เสิร์ฟมา ส้มตำพาข้าว (250 บาท) เมนูชื่อที่คุ้นเคยดีอย่าง “ตำถาด” เมนูยอดฮิตของคนอีสานที่เอาส้มตำแบบอีสานแท้ๆ น้ำปลาร้าเคี่ยวเอง ถูกสุขลักษณะกลิ่นหอม เส้นมะละกอที่สับขนาดกำลังดี คลุกเคล้าเครื่องปรุงต่างๆ จนได้ส้มตำแบบอีสาน ใส่ปูดองที่ต้องบอกว่ารสชาติเด็ดสุด เพราะไม่เค็มโดด และปูไม่เหม็นกลิ่น เค็มนิดๆ เคี้ยวมันสุดๆ และอย่าลืมเครื่องเคียงต่างๆ ที่รายล้อมมากมาย ในราคาสุดคุ้มเพียง 250 บาทเท่านั้น บอกเลยว่าเมนูนี้ขอเชียร์เป็นการส่วนตัว

dsc_8961

แกงส้มไข่ปลาสลิด (220 บาท) เมนูที่หากินได้ยากเอาเรื่อง เมนูนี้ก็อาจเป็นเมนูธรรมดาๆ ถ้ามันไม่มีไข่ปลาสลิดใส่ลงไปด้วย!! ไข่ปลาสลิดที่ใส่มาเยอะมาก พวงใหญ่ๆ สุกกำลังดี คลุกเคล้ามากับน้ำซุปแกงส้มกลมกล่อมพร้อมผักนานาชนิด ที่ต้องบอกว่าหม้อไฟนี้ราคาเพียง 220 บาทเท่านั้น รสชาติ คุณภาพเกินราคา

dsc_8977

ปิดท้ายด้วยเมนูอีสานที่บางคนอาจจะชอบ หรือไม่ชอบก็ได้ เพราะมันคือ อ่อมกบ (160 บาท) เมนูกบที่บางคนอาจจะกลัว แต่ถ้าสำหรับน้าอ้วนแล้วถือเป็นสัตว์ที่เนื้ออร่อยอีกชนิดหนึ่ง ที่สำคัญเนื้อกบที่นี่บอกเลยว่าเขาใช้แต่กบไซส์ใหญ่ๆ ตัวโตๆ ถ้าตักมาแล้วหละก็จะเห็นได้ว่าเนื้อขาวๆ แน่นๆ เนียนๆ ชิ้นใหญ่ๆ อยู่เต็มช้อน พร้อมทั้งน้ำซุป “อ่อม” ที่กลมกล่อม ผักเยอะ และหอมกลิ่นของผักชีลาวมาเป็นอันดับแรก คิดถึงอีสาน คิดถึงอาหารลาว เมนูนี้แหละโดนใจ

dsc_8994

นอกจากนี้ที่ “พาข้าว” ยังมีกาแฟสดที่คัดสรรเมล็ดกาแฟอราบิก้าออร์แกนิก สายพันธุ์คาติมอร์ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะที่หอมนุ่มนวล พร้อมรสละมุนจากแบรนด์ดังของเชียงใหม่ มาให้บริการด้วยนะจ๊ะ จะนั่งดื่มกาแฟกันช่วงสายๆ หรือช่วงบ่ายๆ จะมานั่งดื่มเบียร์เย็น จิบไวน์เบาๆ ก็ยังได้ เรียกได้ว่าพาข้าวแห่งนี้ ลงตัวทุกอริยาบทและเติมเต็มความอร่อยได้ทุกช่วงเวลาจริงๆ

 

capture1

ชื่อร้าน : พาข้าว (Pa-Khao)
ที่อยู่ : 15 ซอยเทวฤทธิ์ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด GPS : 18.805356, 98.972434
ติดต่อ : 052-005464 , 086-2233625 , https://www.facebook.com/pg/pakhaothailand
เวลาเปิด-ปิด : 10:00 – 22:00 น. หยุดทุกวันจันทร์
Wongnai Review : https://www.wongnai.com/restaurants/pa-khao

Comment Disclaimer