Monday October 26, 2020

ตลุยฟาร์มมะเขือเทศ เที่ยวชมสวนผักออร์แกนิก บนเนินเขาวิวสวย พร้อมดินเนอร์สุดสดชื่นที่ Greensgarden Farm

Written by | 18/09/2020
Filed in: ร้านอาหารนานาชาติ, ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ

ถามหน่อย ว่าในชีวิตนี้มีใครที่ไม่ชอบอาหารชนิดไหนบ้าง? บางคนไม่ชอบกินผัก บางคนก็ไม่ชอบอะไรที่กลิ่นแรง ๆ ส่วนตัวน้าอ้วนเองนั้น มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ชอบเลย ถ้าเจอเจ้าสิ่งนี้ในจานอาหารแล้วจะเขี่ยมันไปให้ไกล ๆ นั่นก็คือ “มะเขือเทศ” ผักลักษณะกลม ๆ ที่มีสีแดง สีเหลือง สีเขียว บางคนบอกว่ารสชาติหวานอร่อยสดชื่นจะตาย แต่น้าอ้วนเป็นคนหนึ่งหละที่ขอ Say No แต่วันนี้เหมือนเคราะห์กรรมสำแดงเดช มีงานต้องไปรีวิวฟาร์มมะเขือเทศ ๕๕๕๕ เอาหละวะ … ใจดีสู้เสือ ดังนั้นวันนี้น้าอ้วนจึงไปโผล่ที่ Greensgarden Farm แม่ริม

เมื่อถึงเวลานัด น้าอ้วนก็รีบขึ้นรถขับไปที่แม่ริมทันที ขับมาเรื่อย ๆ ตามทางที่เราจะไปม่อนแจ่ม แต่ขับเลยแยกที่จะเลี้ยวไปม่อนแจ่มประมาณ 1 กิโลเมตร สังเกตด้านขวามือจะมีร้านกาแฟที่ชื่อว่า Di Bosco Coffee และด้านซ้ายมือจะมีทางเบี่ยงเข้าหมู่บ้านม่วงคำอยู่ ก็ให้เลี้ยวซ้าย และขับไปตามทางเรื่อย ๆ เมื่อขับมาแล้วประมาณ 3 กิโลเมตร จะเจอซอยด้านขวามือและป้าย “สำนักสงฆ์ห้วยผาปู” ให้เลี้ยวเข้าซอยไป ขับไปได้นิดเดียวก็จะเจอสามแยก ให้เลี้ยวซ้าย ไปตามทางประมาณ 500 เมตร จะสังเกตเห็นสะพานเล็กข้ามห้วยเล็ก ๆ อยู่ด้านหน้า แต่! จะมีซอยด้านขวามือก่อนถึงสะพานอยู่ ให้เลี้ยวไปทางขวามือ และขับไปตามทางเรื่อย ๆ อีกประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะเจอฟาร์ม แต่ตอนนี้อาจจะยังไม่มีป้ายอะไรบอก … ถ้าให้ง่ายและรวดเร็วที่สุด แนะนำให้ไปตาม GPS ที่พิกัด 18.8636304,98.8270841

สำหรับใครที่อยากแวะชมฟาร์ม รบกวนสอบถามทางฟาร์มโดยตรงก่อน เพราะจะสะดวกพาชมเฉพาะวันศุกร์และเสาร์เท่านั้นนะจ๊ะ

Greensgarden Farm เป็นฟาร์มที่ปลูกพืชผักต่าง ๆ โดยเฉพาะมะเขือเทศ ที่ฟาร์มนี้จะมีกว่า 33 สายพันธุ์ รวมไปถึงสตรอว์เบอร์รี่จากญี่ปุ่นที่กำลังพร้อมจะออกลูกกันในช่วงฤดูหนาวประมาณเดือนพฤศจิกายนนี้ สำหรับช่วงนี้ถ้าใครสนใจมะเขือเทศ หรือ Edible Flowers หรือดอกไม้ที่กินได้ ที่มักจะเห็นเชฟเอาไว้ประดับตกแต่งจานอาหาร ก็สามารถติดต่อสอบถาม จองกันได้ที่เบอร์ 063-7863434 แต่บอกไว้ก่อนว่ามะเขือเทศเขาจะเก็บอาทิตย์ละ 2 วันคือ วันพุธ และวันอาทิตย์ ดังนั้นโปรดสั่งจองกันล่วงหน้านะจ๊ะ

อย่างที่บอกคือส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ไม่ชอบมะเขือเทศอยู่แล้ว เจอที่ไหนก็ต้องเขี่ย ๆ ให้หลีกห่าง ๕๕๕๕ แต่เมื่อได้มานั่งคุยกับเจ้าของฟาร์ม ถึงที่มา ที่ไปของฟาร์ม ได้พูดคุยเกี่ยวกับมะเขือเทศก็ทำให้รู้สึกเปิดใจ และทางฟาร์มก็มีมะเขือเทศสด ๆ จากฟาร์มมาให้ได้ชิมด้วย น้าอ้วนก็เลยหยิบมากัดดู ปรากฎว่าสิ่งแรกที่รู้สึกคือความกรอบของเนื้อด้านนอก พอกัดลงไปด้านในเจอความหวานของมะเขือเทศ เจือความเปรี้ยวนิด ๆ แต่ไม่แหยะ ๆ เหมือนมะเขือเทศทั่ว ๆ ไป จึงทำให้รู้สึกว่า เออ… มะเขือเทศที่ฟาร์มนี้กินได้แฮะ และหลังจากนั้นลูกที่ 2, 3, 4 ….. ก็ตามมาเรื่อย ๆ

มะเขือเทศที่นี่เป็นพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เอามาทดลองปลูกที่ฟาร์มแห่งนี้ ลองผิด ลองถูกกันมาเกือบ 7 ปี ที่นี่ทำการปรับปรุงสายพันธุ์ของมะเขือเทศโดยการนำเอาคุณลักษณะเด่น ๆ ของแต่ละพันธุ์มาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นรูปทรง สีสัน ความหวาน และเรื่องของการต้านทานโรค จนได้เป็นสายพันธุ์ที่มีเฉพาะที่นี่ที่เดียว และหนึ่งในพันธุ์ที่ทางฟาร์มภูมิใจมากที่สุดคือ Red Berry ซึ่งเป็นมะเขือเทศที่ลูกกลม ทรงสวย สีแดงสด และที่สำคัญรสชาติหวานเหมือนผลไม้

ไหน ๆ มาที่ฟาร์มมะเขือเทศแล้ว ถ้าเราไม่ได้ไป Tomato Farm Tour ก็คงเหมือน Mission Fail ดังนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังฟาร์มมะเขือเทศกันเลย แต่เนื่องด้วยวันที่น้าอ้วนไปนั้นเป็นวันอาทิตย์ อย่างที่บอกไปคือเขาจะเก็บเกี่ยวผลผลิตกันทุกวันพุธ และวันอาทิตย์ ดังนั้นจึงทำให้มะเขือเทศที่เหลืออยู่ในโรงเรือนนี้ไม่ค่อยเต็ม ซึ่งในแต่ละอาทิตย์บอกเลยว่าเขาเก็บกันได้ประมาณ 600-700 กก. กันเลยทีเดียว

ผลผลิตที่ได้จะถูกปลูกจากฟาร์มของเกษตรกรในเครือข่าย ทางฟาร์มเป็นผู้จัดหาเมล็ดพันธุ์ให้ และทำข้อตกลงกับทางเกษตรกรเพื่อจะได้เป็นข้อกำหนดในการเพาะปลูกมะเขือเทศให้ได้ตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้ปุ๋ย หรือช่วงเวลาในการเก็บเกี่ยวซึ่งจะเป็นข้อตกลงที่เข้มงวด เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีและมีความปลอดภัยที่สุด รวมไปถึงการประกันราคาผลผลิตซึ่งถือว่าเป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในท้องถิ่นไปในตัว

เมื่อกลับมาถึงฟาร์ม เมนูอาหารก็เริ่มถูกตั้งโต๊ะ อาหารทุกจานล้วนแต่ทำมาจากผลิตผลที่ได้จากฟาร์มแห่งนี้ เรียกได้ว่า Fresh From Farm เก็บปุ๊บ เอามาลงจานเลยทันที ไม่ว่าจะเป็น …

Tomato Bruchetta มะเขือเทศพันธุ์ Red Berry ที่เอาทำให้เป็น Semi Dried แล้วทำให้เป็น Pesto มีความมันจากถั่ว แล้วเอามาทาไว้บนขนมปัง ขูดชีสใส่ลงไปเสียหน่อย ตกแต่งด้วยโรสแมรี่ เป็นอันเสร็จเรียบร้อยสำหรับเมนูเรียกน้ำย่อย

Warm Pasta Salad with Fancy Tomato เส้นเพนเน่ที่ลวกสุกในแบบ Al Dente ทำให้มีความหนึบสู้ฟัน คลุกเคล้ากับซอสสูตรเด็ด เพิ่มความอร่อยด้วยมะเขือเทศหลากสีและชีส Parmigiano-Reggiano

Roasted Heirloom Carrot with Herbs Butter แครอทหลากสีที่เป็นผลผลิตจากสวน ขุดกันมาสด ๆ เอามาอบพร้อมกับเนยสมุนไพรที่ปรุงมาอย่างดี จนได้แครอทอบที่หอม และรสชาติหวานฉ่ำ

ปิดท้ายความอร่อยด้วย Main Course อย่าง Roasted Chicken with Anchovy Butter, Sauteed Kale and White Bean ไก่ทั้งชิ้นที่เอาไปอบกับเนยแองโชวี่ เพิ่มรสชาติความหอมและเค็มนิด ๆ เสิร์ฟพร้อมกับผัก Kale ผัดและถั่วขาว เนื้อไก่นุ่มอร่อย หอมมากและผักเครื่องเคียงบอกเลยอร่อย

ใครที่เห็นบรรยากาศ เห็นสวนมะเขือเทศแล้ว อยากไปเที่ยวอยากไปชมด้วยตนเอง ก็ติดต่อไปทางฟาร์มก่อนนะ เดี๋ยวเขามีพาไปเที่ยวพร้อมดินเนอร์อย่างที่น้าอ้วนเอามาแนะนำ แต่สำหรับใครที่อยากได้ผลผลิตสด ๆ เช่นผักต่าง ๆ ดอกไม้กินได้ หรือมะเขือเทศจากฟาร์มที่นี่ สามารถติดต่อสอบถาม โทรจองกันได้นะจ๊ะ รับรองว่าถ้าได้ไปชิมแล้ว ความสด ความอร่อย เกินบรรยาย จนทำให้คนที่เคยเกลียดมะเขือเทศเข้าไส้ กลับกลายมากินได้อย่างสบายใจ

Comment Disclaimer