Sunday January 17, 2021

จุดเช็คอินแห่งใหม่ ดินแดนแห่งเมืองสวรรค์ ครบพร้อมสรรพ์ของการมาเยี่ยมเยือน ถ่ายรูปกันเต็มอิ่มที่ แดนเทวดา

Written by | 09/12/2020
Filed in: ร้านกาแฟ เบเกอร์รี่และขนมหวาน

สถานที่ไหน ๆ ที่สวยงาม เขาก็มักจะเรียกว่าเมืองฟ้า เมืองสวรรค์ ยิ่งเป็นช่วงฤดูหนาวแบบนี้ เชียงใหม่ก็มักจะเป็นเมืองที่น่าเที่ยวเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ ตอนนี้เชียงใหม่ก็จะมีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่มากมายหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติสวย ๆ น้ำตกที่เย็นสดชื่น หรือแม้แต่ทุ่งดอกไม้หลากสีสัน ที่เย้ายวนให้คนเข้าไปถ่ายรูปด้วย แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราไปที่เดียว แต่เราได้ครบทุกอย่างตามที่พูดมา ดังนั้นวันนี้น้าอ้วนจะพาไปเที่ยวสถานที่ ที่อาจจะเปรียบได้เหมือนแดนสวรรค์ เพราะที่นี่คือ แดนเทวดา

แดนเทวดา ดินแดนที่ใครก็สามารถไปได้ โดยไม่ต้องรอนาน สถานที่ที่เรียกได้ว่าเป็น Landmark แห่งใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่ เพราะเขาอยู่เพียงแม่แตงเท่านี้เอง ขับรถจากตัวเมืองราว ๆ 40 นาทีก็ถึงแล้ว ไม่ต้องไปไกล ไม่ต้องขึ้นดอย รถยนต์ธรรมดา หรือมอเตอร์ไซค์ก็สามารถไปได้อย่างง่าย ๆ ขับรถจากตัวเมืองมุ่งหน้าไปทางแม่แตง ข้ามสี่แยกบายพาส ที่จะเลี้ยวไปปาย (ไม่ต้องเลี้ยวนะ) ขับตรงมาเรื่อย ๆ ผ่านตลาดแม่มาลัย ขับมาอีกจนถึงธนาคารออมสิน สาขาแม่แตง เลี้ยวซ้ายเข้าซอยตรงธนาคาร ขับมาอีกนิดเดียว ผ่านที่ทำการไปรษณีย์แม่แตง แล้วเราก็มาถึงแดนเทวดา ขับรถเลยไปนิดเดียว ที่จอดรถจะอยู๋ด้านซ้ายมือ กว้างขวาง สะดวกสบาย

พื้นที่กว่า 9 ไร่ ที่ตอนแรกเจ้าของคิดที่จะทำร้านกาแฟเล็ก ๆ ไว้รองรับคนแม่แตง หรือคนเชียงใหม่ที่อาจจะได้ผ่านมาแถวนี้ แวะเวียนมาชมสวน มาดูความร่มรื่น นั่งจิบกาแฟ กินข้าวสบาย ๆ แต่คิดไป คิดมา ด้วยความที่เจ้าของก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ แล้วก็ได้สัมผัสถึงความไม่สมบูรณ์แบบของร้านต่าง ๆ ก็เลยรู้สึกว่าอยากทำร้านของตัวเอง ที่สามารถตอบโจทย์ด้วยความ “สมบูรณ์แบบ” ให้กับคนที่ได้แวะมาที่นี่ จนทำไป ทำมา พื้นที่กว่า 9 ไร่แห่งนี้ก็เต็มไปด้วยส่วนต่าง ๆ ที่เรียกได้ว่า ถ้าใครได้หลุดเข้าไปแล้วจะต้องร้อง “โอ้โห”

สำหรับ “แดนเทวดา” แห่งนี้จะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 19 ธันวาคม 2563 นี้ ซึ่งวันที่น้าอ้วนไปถ่ายนั้น ยังอยู่ในช่วงที่ทุกอย่างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ดังนั้นบางจุดก็อาจจะดูว่ายังไม่พร้อม ก็ถือเป็นธรรมดา แต่โดยรวมแล้วสถานที่เขาสร้างเสร็จ เหลือแต่ต้นไม้ใบหญ้าต่าง ๆ ที่กำลังเติบโต และเชื่อว่าในวันที่พร้อมเปิดให้บริการ ทุกอย่างก็จะบานสะพรั่งเต็มพื้นที่

ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ 60 บาท ถือว่าถูกมาก สำหรับการได้มาเที่ยวชมสถานที่แห่งนี้ ลูกค้าสามารถเดินเข้าชมได้ทุกพื้นที่ น้าอ้วนอยากแนะนำให้เดินไปตามทางเรื่อย ๆ เริ่มจากเมื่อเราเข้ามาจากจุดจำหน่ายบัตรแล้ว ก็เดินมาทางซ้าย ผ่านโซน เฮือนไม้ 1970 ซึ่งตรงจุดนี้เราก็จะพบกับสวนดอกไม้ และ Backdrop ที่เป็นบ้านไม้ที่จำลองสถานที่คล้าย ๆ แม่กำปอง มาไว้ที่แม่แตงแห่งนี้ ลูกค้าสามารถถ่ายรูปคู่กับเฮือนไม้ และทุ่งดอกไม้บริเวณนี้ได้แล้วจุดที่หนึ่ง

เดินเข้าไปเรื่อย ๆ ก็จะทะลุเข้าไปยังสวนสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งตรงจุดสามารถทะลุไปชมน้ำแม่แตงได้ด้วยนะ และจะพบกับมาตะ คาเฟ่ ซึ่งเป็นคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น มีเครื่องดื่มพร้อมให้บริการ และตรงจุดนี้ก็จะพบกับด้านหลังของน้ำตก ซึ่งให้ความชุ่มฉ่ำ ลูกค้าสามารถเดินเข้าไปในน้ำตก เพื่อขึ้นไปบริเวณชั้น 2 สามารถมองลงมายังด้านล่างได้ด้วย เมื่อชมน้ำตกจากด้านหลังเสร็จแล้ว ก็ให้เดินลัดออกมาทางด้านข้าง ก็จะพบกับเสาโทริอิ สีแดงซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่คนมักจะแวะมาถ่ายรูป

เมื่อเดินออกมาแล้ว ก็จะพบกับด้านหน้าของน้ำตก ซึ่งบอกเลยว่าเป็นน้ำตกที่สร้างขึ้นมา มีความสูงมากกว่าตึก 5 ชั้น มีสายน้ำไหลกระเซ็นลงมา สร้างความเย็นสดชื่นสบาย โดยด้านหน้าน้ำตกนั้นก็จะมีทุ่งดอกไม้นานาชนิด ทั้งดอกคัตเตอร์ ดอกสะมอ และดอกไม้อีกหลายพันธุ์ หลากสีที่รอให้ทุกคนแวะเวียนไปเที่ยวด้วย

สำหรับใครที่อยากมองหรือถ่ายรูปจากมุมสูง Sky Walk เป็นอีกหนึ่งจุดที่ไม่อยากให้พลาด (แต่ตอนที่น้าอ้วนไปถ่ายจุดนี้ยังไม่พร้อม) แต่ได้ลองขึ้นไปแล้ว มันทำให้ได้ภาพที่สวยงามในอีกแง่มุมหนึ่ง ดังนั้นจุดนี้จึงไม่อยากให้พลาด

ถ้าใครที่เดินเที่ยวจนหมดแรง หรือเหนื่อยแล้ว อยากหาสถานที่เย็น ๆ สบาย ๆ พักผ่อน แนะนำมาพักที่คาเฟ่ “จิบกาแฟ แลธรรม” ตรงจุดนี้ทางเจ้าของร้านบอกเลยว่าจะเป็นจุดที่สวยที่สุดของแดนเทวดา โดยสะพานที่เดินข้ามมายังคาเฟ่นั้น จะเป็นสะพานที่เรียกว่า “ข้าม(มหานที)ศรีทันดร” ซึ่งแปลได้ว่า การข้ามอุปสรรรค์ทุกสิ่ง โดยบริเวณรอบ ๆ ร้านกาแฟจะตกแต่งเป็นสไตล์ของป่าดงดิบ มีความชุ่มฉ่ำของไอหมอก มีต้นไม้เขียวขจี และมีน้ำล้อมรอบทั้งตัวอาคาร ถ้าเดินไปข้างในสุด ก็จะพบกับน้ำตก ซึ่งจะมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ในน้ำตกนั้น เพื่อให้ผู้ที่ได้มาเยือนเคารพบูชาและขอพร

ด้านข้างคาเฟ่ ก็จะมีเขา ที่ทางร้านจำลองเป็น “เขาพระสุเมร” ซึ่งบริเวณด้านบนยอดของเขาจะมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งบริเวณจุดยอดสุดของเขานี้ก็คือ “สวรรค์ชั้นดาวดึงค์” นั่นเอง โดยด้านล่างของเขาจะมีช่องทางเดิน ซึ่งตรงจุดนี้ทางร้านก็จะถือเป็นเคล็ดลับว่าได้เดินลอดใต้ฐานองค์พระ ก็จะเป็นศิริมงคล

อีกหนึ่งสิ่งที่อยากจะอวด ไปร้านไหนไม่เคยนั่งสบายแบบนี้มาก่อน เพราะโซฟาที่นี่โคตรไฮโซเลย เบาะหนัง นั่งแล้วนุ่มสบายมาก นี่คืออีกหนึ่งอย่างที่เจ้าของร้านเขาอยากทำให้ “สมบูรณ์แบบ” เพราะโซฟาแบบนี้ เวลาไปร้านอื่น ๆ อาจจะมีไม่กี่ตัว แต่ที่นี่ทุกโต๊ะ จะเป็นโซฟาแบบนี้หมด เรียกได้ว่านั่งสบายสุด ๆ

หลายคนก็คงแอบบ่นว่า น้าอ้วน หนูหิวแล้ววววว พามากินอะไรอร่อย ๆ เถอะนะ ๕๕๕๕ โอเค เรามาดูเรื่องอาหารการกินบ้าง สำหรับที่นี่ก็มีคอนเซ็ปต์เก๋ ๆ อีกแล้ว น้าอ้วนแอบตั้งชื่อว่า Pinto Anytime Anywhere คือเมื่อเราสั่งอาหารที่นี่ พนักงานก็จะเสิร์ฟมาในปิ่นโต ซึ่งแต่ละเมนูก็จะเสิร์ฟกันเป็นเซ็ท ได้ทั้งกับ และได้ทั้งข้าว ใส่ในปิ่นโตมา โดยที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องนั่งกินที่ร้านอย่างเดียว เดินไปเที่ยวจุดไหนแล้วถูกใจเป็นพิเศษ อยากมีอารมณ์มานั่งปิคนิค ก็สามารถหิ้วปิ่นโตไปตรงจุดนั้นเลย นั่งกินตรงนั้น กินเสร็จก็เก็บปิ่นโตเข้าเถาให้เรียบร้อย แล้ววางไว้ตรงนั้นได้เลย จะมีพนักงานไปเก็บมาให้ แต่ขอความร่วมมือช่วยกันรักษาความสะอาดด้วยนะจ๊ะ

แนะนำเครื่องดื่มสุดสดชื่นของ แดนเทวดา ไม่ว่าจะเป็น ลาเต้เย็น (88 บาท) กาแฟใส่นมที่หอมกรุ่นกาแฟ มีความมัน และไม่หวานมาก, กาแฟส้ม (138 บาท) สองรสชาติที่ได้ทั้งความเข้มของกาแฟ และความหวานอมเปรี้ยวของน้ำส้ม, สตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก (138 บาท) เครื่องดื่มรสชาติ หวาน หอม มัน รสชาติคล้ายขนม แต่ปั่นมากับน้ำแข็งละเอียด ๆ สดชื่นมาก, ชาลิ้นจี่แดนเทวดา (88 บาท) หวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอมสดชื่น พร้อมเนื้อลิ้นจี่ฟิน ๆ, ลาเต้ร้อน (65 บาท) กรุ่นกลิ่นของกาแฟแบบเต็ม ๆ พร้อมความหอมมันของนมและ Latte Art สวยงามบนแก้วกาแฟ

สำหรับเมนูอาหารนั้น บอกเลยว่าสำหรับใครที่กินจุ ปิ่นโตเถาเดียวมีจุก สำหรับน้อง ๆ ผู้หญิงน้าอ้วนเชื่อว่าไม่หมดแน่นอน เพราะว่าเขาให้เยอะมากจริง ๆ และอย่างที่บอกตอนต้นไปว่า ปิ่นโตนี้ ลูกค้าสามารถหิ้วไปกินที่ไหนก็ได้ในบริเวณแดนเทวดาแห่งนี้

สปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศและสลัดขนมปังกระเทียม (168 บาท) เมนูอิ่มง่าย ๆ สไตล์ฝรั่ง เส้นสปาเก็ตตี้ที่ลวกมาสุกถูกปากคนไทย เอาไปผัดคลุกเคล้ากับซอสมะเขือเทศ ปรุงรสให้กลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมกับขนมปังกระเทียมและสลัดผัก

ข้าวและแกงฮังเล (168 บาท) แกงฮังเลรสชาติที่ไม่หวานจัด แต่กลิ่นเครื่องเทศอบอวน เนื้อหมูที่เอาไปเคี่ยวกับเครื่องแกง จนได้รสชาติซึมเข้าเนื้อ เสิร์ฟพร้อมกับข้าวไข่ข้นที่มากันเต็มปิ่นโต

ข้าวไข่พะโล้โบราณ (168 บาท) น้ำพะโลที่รสชาติไม่ได้หวานจัด ชิมดูแล้วมีความหวานเบา ๆ กลมกล่อม แต่ได้กลิ่นของเครื่องเทศต่าง ๆ ครบถ้วน มีทั้งหมูสามชั้นที่เคี่ยวมาเปื่อยได้ที่ หนังหมูหยุ่น ๆ เด้งดึ๋ง พร้อมไข่พะโล้ด้านนอกหนึบหนับสู้ปาก และไข่แดงสุกได้ที่

ข้าวไข่ข้นและหมูนุ่มทอดกระเทียม (138 บาท) ชื่อเมนูว่าหมูนุ่ม ก็จะบอกว่ามันนุ่มจริง ๆ ทอดกระเทียมมาได้หอมกรุ่น รสชาติซึมเข้าเนื้อ เมื่อกินกับข้าวไข่ข้นแล้ว ลงตัวดีจริง

ขนมจีนและแกงเขียวหวานไก่ใส่ฟัก (168 บาท) โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบกินฟักเขียว เมื่อมาเจอเมนูแล้วก็จะยิ่งเทใจให้เป็นพิเศษ แกงเขียวหวานไก่โดยพริกแกงที่รสชาติค่อนข้างจัดจ้าน พร้อมกับฟักเขียวที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เคี่ยวตุ๋นมาจนเปื่อยกำลังดี พร้อมเนื้อไก่ กินกับขนมจีนแล้วชอบมาก

ปิดท้ายด้วยเมนูกินเล่นเสิร์ฟมาในปิ่นโตอย่าง ทอดมันกุ้งและสลัดผักขนมปังกระเทียม (168 บาท) ของกินเล่นอร่อย ๆ ที่ไม่ได้ไปซื้อจากที่ไหน ทางร้านทำเองทุกขั้นตอน เนื้อกุ้งแน่น เด้ง ฟู กินคู่กับน้ำจิ้มบ๊วย เข้ากันดีเว่อร์

แดนเทวดา เป็นชื่อที่อาจจะไกลเกินเอื้อม แต่ตอนนี้แดนแห่งนี้คนธรรมดาก็สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ เป็นสถานที่ที่เรียกได้ว่าเจ้าของอยากสร้างให้เป็นอีกหนึ่ง Landmark ของเชียงใหม่ ที่รวบรวมเอาความ “สมบูรณ์แบบ” มาไว้ในที่เดียว สถานที่ที่จะทำให้ทุกคนได้เพลิดเพลินทั้งความสวยงาม และความอร่อยของอาหารที่เราสามารถหิ้วปิ่นโตไปนั่งกินที่ไหนก็ได้ ตามสไตล์มาปิคนิคกัน (แต่ก็ขอความร่วมมือรักษาความสะอาดกันด้วยนะจ๊ะ) อย่าลืมนะว่า 19 ธันวาคม 2563 นี้ แดนเทวดา จะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบแล้ว

ชื่อร้าน : แดนเทวดา
ที่อยู่ : 288 หมู่ที่ 2 ตำบลสันมหาพน อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด GPS : 19.123321, 98.942408
ติดต่อ081-6098333 , https://www.facebook.com/แดนเทวดา-104346961421347
เวลาเปิดปิด : 08:00 น. – 20:00 น. ทุกวัน
Wongnai Review : https://www.wongnai.com/restaurants/639722fd-แดนเทวดา

Comment Disclaimer