Tuesday September 21, 2021

เที่ยวไปในฟาร์มระบบนิเวศครบวงจร สนุกกับเขาวงกตที่หาเล่นที่ไหนไม่ได้ ชิมอาหารอร่อยครบครันที่ The Ori9in Farm

Written by | 02/12/2020
Filed in: ร้านอาหารแนวผสมผสาน

การที่เราได้กินอาหารสักจานหนึ่ง ถ้าเรามีโอกาสได้รู้ว่าสิ่งที่อยู่ในจาน หรือวัตถุดิบที่เชฟเอามาประกอบอาหารให้เราได้กินนั้น มาจากไหน มีแหล่งที่มาเป็นอย่างไรก็คงดี ใช่แล้วมันคงเป็นสิ่งที่วิเศษมาก มันอาจจะทำให้เราสามารถกินอาหารจานนั้น ๆ ได้อย่างเอร็ดอร่อยและมีความสุขมากขึ้น อย่างร้านในวันนี้ ที่น้าอ้วนอยากจะมาแนะนำให้รู้จัก เป็นร้านอาหารที่ต้องบอกก่อนว่าเชฟที่มาทำอาหารให้เรานั้นไม่ธรรมดา เชฟมีดีกรีเป็นถึงเชฟระดับมิชลินสตาร์ และมีฟาร์มของตัวเองในพื้นที่กว่า 500 ไร่ ปลูกผัก ปลูกพืช ต่าง ๆ เพื่อเอามาใช้ในร้านของตัวเอง ดังนั้นเราจึงมั่นใจถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบนั้น ๆ ได้อย่างสบายใจ และวันนี้น้าอ้วนจะพามารู้จักร้านอาหารดี ๆ อย่าง Waiting for May และ The Ori9in Farm กัน

สำหรับรีวิวนี้น้าอ้วนขอแยกเป็น 2 ส่วนนะจ๊ะ คือส่วนแรกเราจะพาไปเที่ยวฟาร์ม ไปรู้จักที่มาของวัตถุดิบที่เอามาใช้ในร้าน ไปดูว่าฟาร์มที่มีพื้นที่กว่า 500 ไร่แห่งนี้ เขาทำอะไรกับมันบ้าง และส่วนที่สอง จะไปนั่งชิลล์ กินอะไรอร่อย ๆ จากฝีมือของ Chef James Noble กัน

The Ori9in Farm เป็นฟาร์มที่ตั้งอยู่ในตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย บนพื้นที่กว่า 500 ไร่ ฟาร์มแห่งนี้เป็นทั้งสถานที่ผลิตอาหาร รวมไปถึงสถานที่ที่รวมกิจกรรม เพื่อให้คนที่อยากพักผ่อนกับธรรมชาติ หรือแม้แต่ครอบครัวได้มาเยี่ยมชม มาใช้เวลาของช่วงวันหยุดกับครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์แบบได้ที่นี่ พอเราไปถึงที่ฟาร์ม ทางทีมงานก็ได้พาเราไปเยี่ยมชมบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งมีสถาปัตยกรรมตามแบบฉบับของเรือนไทยภาคกลาง ตั้งตระหง่านอยู่ใกล้ ๆ กับเขาวงกตที่ทำด้วยฟางเตี้ย ๆ เหมาะสำหรับน้องตัวเล็ก ๆ มาเล่น บ้านหลังนี้จะสร้างเป็นร้านอาหารและร้านกาแฟ เพื่อให้บริการลูกค้าที่อยากมาหาอะไรอร่อย ๆ ตามแบบฉบับของ Chef James Noble 

หลังจากนั้นก็ได้พาเราไปเยี่ยมชมจุดที่ทางทีมงานตั้งใจจะสร้างเป็นจุดเพื่อสำหรับจัดงาน Events โดยเฉพาะงานแต่งงานซึ่งมีอยู่จุดหนึ่งซึ่งด้านล่างเป็นหน้าผาเล็ก ๆ และด้านหลังมีวิวของภูเขา ซึ่งจะมีนาข้าวหลากสีที่กำลังจะปลูกไว้ในฝั่งตรงข้าม และมีต้นไม้ใหญ่ตั้งตระหง่าน น้าอ้วนเชื่อว่าถ้าจุดนี้เสร็จรับรองว่าต้องสวยงามแน่นอน

หลังจากนั้นเราก็ลัดเลาะกันไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ซึ่งทางฟาร์มได้ทำเส้นทางเดินไว้ จนมาโผล่ที่ไร้ข้าวโพด ซึ่งไร่ข้าวโพดนี้ทางฟาร์มตั้งใจจะทำเป็นเขาวงกต ซึ่งจุดนี้ตั้งชื่อว่า A Maze in Thailand โดยเขาวงกตนั้นจะมีอยู่ 3 จุดด้วยกัน โดยแต่ละจุดจะปลูกข้าวโพดต่างพันธุ์กัน และต่างช่วงเวลา เนื่องจากข้าวโพดเป็นพืชที่ต้องใช้เวลาในการเติบโตประมาณ 3-4 เดือน ซึ่งจะสามารถหมุนเวียนเปลี่ยนกันได้ครบใน 1 ปีพอดี สิ่งที่น่าสนใจสำหรับไร่ข้าวโพดแห่งนี้ก็คือ ทางเชฟโนเบิล จะให้เกษตรกรเข้ามาปลูกข้าวโพดได้ฟรี โดยไม่เก็บค่าเช่าแต่อย่างไร รวมไปถึงเมื่อข้าวโพดออกผลผลิตแล้วก็สามารถให้เกษตรกรเก็บผลผลิตนั้นไปได้เลย ซึ่งทางฟาร์มก็จะใช้ประโยชน์แค่ต้นข้าวโพดที่เติบโตเท่านั้นเพื่อทำเป็นเขาวงกต เรียกได้ว่าสร้างอาชีพให้เกษตรกรในพื้นที่ไปในตัว แบบนี้ Win-Win กันทั้งสองฝ่าย

อาจจะมีคำถามว่า เมื่อถ้าเราหรือเด็กเข้าไปในเขาวงกตแล้ว (ซึ่งมีพื้นที่กว้างพอสมควรเลย) เกิดหลงทางหละ จะทำอย่างไร? ข้อนี้ทางฟาร์มได้คิดมาแล้วโดยที่ ทุกคนที่จะเข้าไปในเขตวงกต จะมีลูกโป่งติดไปด้วยคนละ 1 ลูก ในกรณีถ้าคิดว่าหลงทางแน่นอนแล้ว ก็ให้ปล่อยลูกโป่งให้ลอยขึ้น ซึ่งทางฟาร์มจะมี Guard คอยประจำตามจุดต่าง ๆ เพื่อเห็นผู้เล่นขอความช่วยเหลือ Guard ก็จะรีบไปหาแล้วพาออกมาอย่างปลอดภัย

จากนั้นเราก็เดินมาชมจุดขายตั๋ว หรือจุดบริการนักท่องเที่ยว ซึ่งตรงนี้จะติดกับสระเล็กๆ ซึ่งมองเห็นวิวภูเขาได้ด้วย ซึ่งบอกเลยว่าเป็นจุดที่ร่มรื่นและน่ามาถ่ายรูปมาก

เมื่อเดินตามทางไปเรื่อย ๆ เราก็จะมาข้ามสะพานไม้ โดยจุดนี้ทางฟาร์มมีความตั้งใจทำเป็นสะพานแห่งความรัก โดยนักท่องเที่ยวจะได้กุญแจเพื่อเอามาห้อยกับราวสะพานเหมือนกับที่เกาหลีไม่มีผิด งานนี้บอกเลยว่าโปรดไปเป็นคู่ ไม่งั้นเหงาแย่นะจ๊ะ

เมื่อสิ้นสุดราวสะพาน เราก็จะมาโผล่อีกด้านหนึ่ง ซึ่งตรงนี้แหละเราจะได้รู้แล้วว่าวัตถุดิบที่ใช้นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร ด้านซ้ายมือเราจะสังเกตเห็นบ้านไม้ 3 หลังเล็ก ๆ เรียงกัน ซึ่งตรงจุดนี้แหละ เชฟโนเบิล ตั้งใจที่จะทำเป็น Ketchup Factory และ Jam Factory โดยนำผลผลิตจากฟาร์มเอามาทำเป็นซอสมะเขือเทศและแยม เพื่อเอามาใช้ในร้าน ซึ่งบริเวณนี้จะมีร้านอาหาร Waiting for May ตั้งอยู่ด้วย

เดินต่อไปถัดมาเราก็จะเจอโรงเรือนต่าง ๆ มากมายเรียงรายกันสีขาวสะอาดตา ซึ่งโรงเรือนแต่ละโรงก็จะมีป้ายชื่อติดไว้ โดยโรงเรือนเหล่านี้เชฟให้นิยามของฟาร์มที่นี่ว่า “เช่าพื้นที่ปลูก” ทุกร้านอาหาร ทุกโรงแรม สามารถติดต่อทางฟาร์มเพื่อขอให้ฟาร์มผลิตวัตถุดิบต่าง ๆ ตามที่ทางร้านต้องการ ไม่ว่าจะเป็นมะเขือเทศ ลูกฟิก เมลอน ฯลฯ โดยสามารถกำหนดสเป็คว่าต้องการเช่นไร หลังจากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของฟาร์มที่จะปลูก และดูแล จนได้ผลผลิตตามที่ลูกค้าต้องการ

โดยรวมแล้วในพื้นที่กว่า 500 ไร่นั้น บอกเลยว่าเชฟโนเบิล ใช้ประโยชน์จากที่ดินตรงนี้ได้ครบทุกตารางเมตรแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นไร่ข้าวโพดที่สามารถทำเป็นเขาวงกต โซนจัดอีเวนท์สำหรับแต่งงาน หรืองานต่าง ๆ ไร่ข้าวซึ่งจะมีหลายจุด ซึ่งจุดที่ใหญ่ที่สุดก็อยู่ตรงข้ามกับลานจัดอีเวนท์ โรงเรือนสำหรับปลูกพืชต่าง ๆ หรือแม้แต่ฟาร์มผึ้ง ซึ่งน้าอ้วนยังไม่ได้เล่าให้ฟัง ยังไม่ได้ไปดู เพราะเชื่อว่ากว่าที่ฟาร์มแห่งนี้จะเสร็จสมบูรณ์ก็ต้องใช้เวลากันหน่อย แต่!!! วันที่ 18 ธันวาคม 2563 นี้เขาจะเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการแล้วนะ ในช่วงแรกเข้าชมฟรี ใครอยากไปเที่ยวชมธรรมชาติ ให้ไวเลย และต้องบอกว่าถ้าจะมาเที่ยว โปรดใช้เวลาอย่างต่ำครึ่งวัน เพื่อจะได้เยี่ยมชมจุดต่าง ๆ ได้ครบ

โปรโมชั่นดี ๆ ประจำเดือนมกราคมนี้ที่ Waiting for May

Eat any Day at Waiting for May

อิ่มอร่อยกับ set menu ในสไตล์ White Menu ทั้ง 5 คอร์ส (Appetizer, Salad, Soup, Main, Dessert) ในราคาเพียงท่านละ 750 บาทเท่านั้น

(สำหรับ Appetizer และ Main เติมได้ไม่อั้น) โอกาสดี ๆ แบบนี้ มีจนถึงสิ้นเดือนมกราคมนี้เท่านั้น

*White menu คือ ไม่มีเมนูหรือรายการอาหาร เพียงแค่ทางลูกค้าแจ้งกับทางพนักงานว่าทานอะไรไม่ได้ หรือแพ้อาหารอะไร ที่เหลือจะเป็นหน้าที่ของทางเชฟที่จะรังสรรค์อาหารจานพิเศษให้กับทางลูกค้าเพื่อลิ้มลอง จากฟาร์มเสริฟ์ถึงที่โต๊ะของท่าน

(ราคานี้ยังไม่รวม Service charge 10%)

เมื่อเราเที่ยวชมบริเวณฟาร์มเสร็จแล้ว เราก็กลับเข้าเมืองมากที่ร้านอาหาร Waiting for May ตั้งอยู่ถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ฝั่งจากสี่แยกแม่คาวสะอาดใส มุ่งหน้าไปยังสี่แยกรวมโชคมีชัย ร้านจะอยู่ด้านซ้ายมือตรงทางเข้าคอนโด The Issara (ก่อนถึงสี่แยก)

ร้านอาหารจะไม่ได้เปิดตลอด หยุดวันจันทร์และอังคาร, วันพุธและพฤหัสบดี เปิด 16:00 น. ถึง 22:00 น. ส่วนในวันเสาร์และอาทิตย์นั้น เปิด10:00 น. ถึง 22:00 น.

หลังจากที่เราไปทัวร์ฟาร์มกันมา ก็คงรู้แล้วสิว่าวัตถุดิบของร้านนี้เชฟก็จะเอามาจากฟาร์มนั่นแหละ ฟาร์มที่ต้องบอกว่าเป็น 100% Organic Farm ผักทุกต้น ผลไม้ทุกลูกล้วนแต่ผ่านการควบคุมจากเชฟมาทั้งนั้น ดังนั้นจึงมั่นใจและวางใจได้ว่าอาหารที่นี่สด และสะอาด

ตับเป็ดบดกับซอสลูกหม่อน เมนูเรียกน้ำย่อย กินเล่น ๆ เบา ๆ ระหว่างรอจานต่าง ๆ ปกติเราจะคุ้นเคยกับตับไก่ที่เอาไปบดแล้วปรุงรสมาเป็นเมนูที่ชื่อว่า Liver Pâté ได้กลิ่นของตับเบา ๆ รสชาติเข้มข้นแต่ไม่มีกลิ่นของความคาว เสิร์ฟพร้อมกับซอสลูกหม่อนรสชาติหวานฉ่ำ ๆ เข้ากันดี

พอร์คพิคเล็ต พิคาลิลลี่ หมูที่เอาไปตุ๋นจนเปื่อย ปรุงรสให้กลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศกรุ่นกลิ่นหอม เสิร์ฟพร้อมกับไข่ดาวน้ำที่ด้านในยังคงเยิ้มสีสวยงาม และผักดองนานาชนิด ซึ่งรสชาติจะออกเปรี้ยวนำ มีหวานตามนิด ๆ แต่ยังคงมีความกรอบอร่อย

บลูเชสต้ามะเขือเทศกับมะเดื่อฝรั่งบนขนมปังไรซ์เบอร์รี่ อีกหนึ่งเมนูอร่อย ๆ สำหรับคนรักสุขภาพ บลูเชสต้ามะเขือเทศสีสันสวยงาม กรอบและหวานอร่อย เพิ่มความหวานสดชื่นด้วยลูกฟิก หรือมะเดื่อฝรั่งพร้อมกับชีสที่ช่วยให้มีความมัน เสิร์ฟบนขนมปังไรซ์เบอร์รี่กรอบ ๆ

เมี่ยงคำ เมนูกินเล่นที่คนไทยน่าจะคุ้นเคยกันดี หลากหลายเครื่องเคียงทั้งผักและสมุนไพรต่าง ๆ เสิร์ฟกันมา เมื่อเตรียมใบชะพลูม้วนเรียบร้อยก็บรรจงตักเครื่องเคียงต่าง ๆ ใส่ลงไป แล้วราดด้วยน้ำราดเมี่ยงคำที่รสชาติหวาน เปรี้ยว เผ็ดนิด ๆ เอาเข้าปากเป็นอันเสร็จพิธี

แกงเผ็ดเป็ดย่าง เห็นเป็นร้านฝรั่งแบบนี้ อยากจะบอกว่าอาหารไทยเขาก็มีนะ แกงเผ็ดเป็ดย่างที่น้ำแกงข้นและหอมกำลังดี รสชาติจัดจ้านเบา ๆ มาพร้อมกับเนื้อเป็ดที่สุกและนุ่ม รวมไปถึงผักต่าง ๆ ที่ไม่เปื่อยจนเกินไป ยังมีความกรอบอร่อย เคี้ยวเพลิน

หลากหลายเมนูจากฝีมือของ Chef James Noble ผู้ที่ทั้งเป็นเชฟระดับมิชลินสตาร์ และเป็นชาวสวน ผู้ที่บรรจงปลูกผักทุกชนิดขึ้นมาเพื่อเอามาใช้ในการทำอาหาร เน้นเรื่องของความเป็น Organic อย่าง 100% และที่สำคัญที่นี่จะเน้นเรื่องของ Zero Waste ด้วย คือจะใช้วัตถุดิบทุกอย่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด ถ้าใครมีเวลาก็ช่วงเช้าแวะไปสนุกที่ฟาร์มก่อน แล้วบ่าย ๆ กลับเข้ามาในเมือง แวะกินข้าวอร่อย ๆ ที่ Waiting for May ก็ได้นะจ๊ะ

*หลายคนคงสงสัยว่าทำไมชื่อร้านว่า Waiting for May ชื่อนี้มี 2 ความหมาย ความหมายแรก May ในที่นี่แปลว่า เดือนพฤษภาคม ซึ่งเดือนพฤษภาคมนั้น จะเป็นเดือนที่กำลังเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน และ May คำที่สองคือชื่อของภรรยาเชฟโนเบิล  ดังนั้นคำว่า Waiting for May ก็คือการรอคอยให้เดือนพฤษภาคมมาถึง เดือนแห่งการเริ่มเพาะปลูก และรอให้คุณเมย์เอาผลผลิตจากฟาร์มมาส่งให้ เพื่อที่เชฟจะได้ทำอาหาร ยังไงหละ

ชื่อร้าน : Ori9in Farm
ที่อยู่ : ตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด GPS : 19.052093416433816, 98.99792288854393
ติดต่อ : 082-1836505 , https://www.facebook.com/ori9ins , https://www.ori9inthegourmetfarm.com
เวลาเปิดปิด : 09:00 น. ถึง 18:00 น. หยุดทุกวันจันทร์
Wongnai Review : https://www.wongnai.com/restaurants/684851ip

Comment Disclaimer