Saturday May 26, 2018

อิ่มอร่อยและสดชื่น กับหลากหลายเมนูอาหารและเครื่องดื่ม คาเฟ่เก๋ๆ แห่งเมืองลำพูนที่ Cafe de Lamphun

Written by | 22/04/2018
Filed in: ร้านกาแฟ เบเกอร์รี่และขนมหวาน

จังหวัดลำพูน เป็นจังหวัดเล็กๆ ที่อยู่ติดกับเชียงใหม่ เดินทางไปหากันได้แค่ไม่กี่สิบนาที น้าอ้วนไม่ได้ไปลำพูนซะนาน ตอนนี้เห็นว่าลำพูนเปลี่ยนไปมาก สถานที่ท่องเที่ยวก็เริ่มมีมากขึ้น ร้านอาหาร ร้านคาเฟ่สวยๆ เก๋ๆ ก็เริ่มมีมากขึ้นเช่นกัน แต่มีร้านหนึ่งที่น้าอ้วนเคยไปเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา อาจจะเรียกได้ว่าเป็นร้านกาแฟและคาเฟ่ที่เปิดมาช่วงแรกๆ ของที่นี่เลยก็ว่าได้ และวันนี้น้าอ้วนจะพามาอัพเดทเมนูใหม่ๆ กับร้าน Cafe de Lamphun

ร้าน Cafe de Lamphun อยู่ถนนเจริญราษฎร์ จากเชียงใหม่เรามาได้ 2 เส้นทางก็คือทางเส้นต้นยาง (ถนนเชียงใหม่-ลำพูน) ขับตรงมาเรื่อยๆ จนผ่านสามแยกเหมืองง่า (เขตจังหวัดลำพูน) ตรงไปเรื่อยๆ จนถึงโรงเรียนเทศบาลสันป่ายางหน่อม ขับเลยไปอีกประมาณ 200 เมตร ร้านจะอยู่ด้านซ้ายมือ (เยื้องกับบริษัทใจกว้างธุรกิจ)

หรือใครที่มาจากทางถนนซูเปอร์ไฮเวย์ พอถึงสี่แยกเหมืองง่าแล้ว ให้เลี้ยวขวา ข้ามรางรถไฟ จนพบกับสามแยกเหมืองง่า แล้วเลี้ยวซ้าย ขับตรงไปเรื่อยๆ จนถึงโรงเรียนเทศบาลสันป่ายางหน่อม ขับเลยไปอีกประมาณ 200 เมตร ร้านจะอยู่ด้านซ้ายมือ เลี้ยวรถเข้าไปได้เลย เพราะลานจอดรถยนต์จะอยู่บริเวณด้านหลังร้าน

นอกจากที่น้าอ้วนเคยแนะนำเมนูก่อนหน้าไปแล้ว (ดูรีวิวอันเก่า) วันนี้น้าอ้วนแวะมาอีกครั้ง บรรยากาศร้านก็ยังอบอุ่นเหมือนเดิม ทางร้านได้ขยายพื้นที่ของคาเฟ่ให้กว้างขึ้น เพื่อรองรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่มากขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ลูกค้าค่อนข้างเยอะด้วยซ้ำ กว่าจะหาโอกาสแวะเข้าไปถ่ายภาพบรรยากาศด้านในได้ก็นานพอสมควร ๕๕๕๕ และวันนี้หลากหลายเมนูที่น้าอ้วนจะมาแนะนำ รับประกันว่าเต็มอิ่มแน่นอน อยากรู้ว่ามีอะไรบ้างต้องมาดูกัน

ยำหมูยอ (99 บาท) เมื่อก่อนที่นี่เคยใช้หมูยอจากอุบล ซึ่งต้องเรียกว่าเป็นหมูยอที่ขึ้นชื่อ แต่เมื่อทางร้านได้เจอกับหมูยอดีๆ ที่อยู่ใกล้ๆ จึงเปลี่ยนมาใช้หมูยอของที่ลำพูนแทน น้าอ้วนลองชิมแล้วบอกเลยว่าอร่อยไม่แพ้หมูยอจากทางอีสานเลย แป้งน้อย เนื้อเนียน แน่น และเด้ง เครื่องเทศกำลังดี (พริกไทยไม่ฉุนเกินไป) เอามาคลุกเคล้ากับเครื่องยำต่างๆ ครบรส ถือเป็นเมนูทานเล่นหรือจะทานจริงๆ ก็อร่อย

ปูอัดทอดกรอบวาซาบิ (129 บาท) ปกติเราจะเห็นแต่เอาทาโร่ หรือปลาเส้นไปทอดกรอบ หรืออบกรอบ แต่ที่นี่เมนู Signature แปลกใหม่ที่เอาปูอัดฉีกเป็นเส้นๆ คลุกกับแป้งสำหรับทอด เอาไปทอดในน้ำมันจนกรอบ เสิร์ฟพร้อมกับซอสวาซาบิ (ที่ผสมกับมายองเนส) จี๊ดจ๊าด เผ็ดขึ้นจมูก เมนูแปลกใหม่ที่อร่อยไม่เหมือนใคร

สปาเก็ตตีซีฟู๊ด (129 บาท) และ สปาเก็ตตีเบคอนพริกแห้ง (99 บาท) ความอร่อยสไตล์อิตาเลียน เส้นสปาเก็ตตีที่ลวกสุกพอดี นุ่มถูกปากคนไทย คลุกเคล้ากับซอสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเบคอนพริกแห้งที่จัดจ้าน พร้อมชิ้นเบคอนกรอบๆ เคี้ยวกรุบกรับ หรือจะเป็นซอสซีฟู๊ดที่อัดแน่นด้วยอาหารทะเลหลากหลายชนิด อิ่มฟินกันถั่วหน้า

ยำแซลมอน (169 บาท) อีกหนึ่งเมนู Signature ถ้าไม่พูดถึง ก็คงเหมือนมาไม่ถึง Cafe de Lamphum เนื้อปลาแซลมอนที่หั่นเป็นลูกเต๋าชิ้นใหญ่ เสิร์ฟพร้อมกับสมุนไพรเครื่องยำต่างๆ แต่เชฟจะแยกน้ำยำออกมาต่างหาก เพราะลูกค้าสามารถเลือกที่จะกำหนดความจัดจ้านของจานนี้ได้ หากใครชอบรสจัดมากๆ ก็เทใส่ไปให้หมด ส่วนใครชอบแบบเบาๆ ก็สักครึ่งก็พอ น้ำยำรสชาติครบรส เมื่อเทไปแล้วอย่าลืมคลุกนะจ๊ะ ไม่งั้นอดแซ่บไม่รู้ด้วย

สเต๊กปลาดอร์ลี (159 บาท) เนื้อปลาดอร์ลี่ชิ้นใหญ่ๆ แล่ตามยาว ชุบแป้งบางๆ แล้วเอาไปทอดจนสุก เสิร์ฟพร้อมกับผักสดและมันฝรั่งอบ น้ำเกรวี่เห็ดรสชาติกลมกล่อมกำลังดี เมนูอิ่มสบายๆ ได้ประโยชน์

ลาบหมูคั่ว (99 บาท) เมนูไทยๆ สำหรับใครอยากได้อะไรที่จัดจ้านเบาๆ ทานกับข้าวอร่อยๆ ลาบหมูคั่วก็คงเป็นอีกหนึ่งเมนูที่น่าสนใจ ลาบหมูสไตล์เมืองเหนือ เครื่องในที่ลวกสุกปลอดภัย พร้อมหมูสามชั้นหั่นอร่อยๆ น้ำยำที่เสิร์ฟมาแบบขลุกขลิก คลุกทานกับข้าวรับประกันอร่อย

แกงส้มผักรวมกุ้งสดพร้อมไข่เจียว (129 บาท) อิ่มกันแบบเป็นเซ็ท อาจจะเรียกว่าเป็น Fast Food แบบไทยๆ ก็ว่าได้ แกงส้มผักรวมกุ้งสดชะอมชุบไข่ที่เสิร์ฟมาในชามขนาดกำลังพอดี ข้าวสวยแนมด้วยข้าวกล้องสีสวย โปะมาด้วยไข่เจียวฟูๆ เมนูอิ่มอร่อยง่ายๆ สไตล์ไทยๆ น้ำรสชาติที่เข้มข้นและกลมกล่อม

ออสเตรเลียน ริบอาย สเต๊ก (389 บาท) สำหรับสายเนื้อถ้ามาแล้วอยากทานเนื้อ บอกเลยว่าเมนูนี้แหละต้องถูกใจที่สุด เนื้อริบอายที่นำเข้าจากออสเตรเลีย ย่างบนกระทะจนได้ลายย่างสวยๆ ด้านนอกสุกแต่ด้านในยังคงความฉ่ำและนุ่ม เสิร์ฟพร้อมกับเฟร้นช์ฟรายและซอสสูตรเด็ดของทางร้าน ใครที่ชอบเนื้อรับประกันความอร่อย

หลากหลายเมนูอิ่มเบาๆ และอิ่มหนักๆ ก็ผ่านไปแล้ว เรามาดูบรรดาเมนูที่ให้ความสดชื่นกันหน่อยมั้ย? กับเครื่องดื่มเย็นๆ ทั้งที่เป็นกาแฟและน้ำผลไม้ต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็น ลาเต้ปั่น (70 บาท) กาแฟใส่นมตามแบบที่คนไทยมักนิยมกัน มาในสไตล์แบบปั่นๆ เนื้อเนียนละเอียด, ชาไทยชีส (70 บาท) หอมมันด้วยวิปชีสอร่อยๆ เคล้ากับรสชาติของชาไทยเข้มๆ, ชาเขียวมัจฉะ (70 บาท) กรุ่นกลิ่นหอมตามสไตล์ญี่ปุ่น กับชาเขียวเข้มข้นรสชาติละมุน, มอคค่าร้อน (50 บาท) กาแฟพร้อมช็อคโกแลต ผสานกันมาเป็นเครื่องดื่มที่เข้มทั้งกาแฟและหวานอร่อยตามแบบของช็อคโกแลต และโกโก้ร้อน (50 บาท) ใครไม่ดื่มกาแฟ ก็อาจจะลองเป็นเมนูนี้ก็ได้ โกโก้เข้มข้น หอมมันด้วยนม

หรือถ้าใครเบื่อพวกชา หรือกาแฟหละก็ เมนูเครื่องดื่มที่ทำจากผลไม้ที่นี่ก็มีเยอะ บ๊วยมะนาวโซดา (60 บาท) เปรี้ยวอมหวาน ซ่าสะใจกับไซรัปบ๊วยพร้อมโซดาซ่าๆ ร้อนแค่ไหนแก้วนี้เอาอยู่, สมูตตีมะม่วงเบา (60 บาท) เมนูที่ต้องบอกว่าหากินที่ไหนไม่ได้ เพราะเป็น Signature ของทางร้าน นอกจากความเปรี้ยวแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นของมะม่วงเบาคือความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ใครอยากลองชิมต้องมาที่นี่เท่านั้น , สมูตตีมะม่วงสุก (70 บาท) ฤดูนี้มะม่วงสุกเป็นช่วงที่จะอร่อยที่สุด ความหอม หวานอมเปรี้ยว และกลิ่นหอมของมะม่วงจัดมาอยู่ในแก้วนี้เต็มๆ

แต่สำหรับใครที่คิดว่าเครื่องดื่มแค่นี้ยังดับร้อนไม่ได้ น้าอ้วนภูมิใจนำเสนอเมนูเหล่านี้เลย บิงซูรสชาติต่างๆ จัดหนักจัดเต็มกับน้ำแข็งเกล็ดหิมะที่นุ่ม เนียน ละเอียด หลากหลายหน้าไม่ว่าจะเป็น บิงซูมะม่วง (129 บาท), บิงซูถั่วแดง (129 บาท), บิงซูกล้วยหอมคุ๊กกี้โอริโอ้ (129 บาท) แต่ถ้าใครอยากจัดเต็มกับท๊อปปิ้งอย่างอลังการ อย่าลืมสั่ง บิงซูบราวนี่ชีส (159 บาท) ที่จะได้เพลิดเพลินความอร่อยกับชีสเค้กนุ่ม หอมมันอย่างเต็มที่

นอกจากที่นี่จะเป็นคาเฟ่ไว้สำหรับอิ่มท้อง อิ่มกายแล้ว สาวๆ ยังสามารถมาช้อปเครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันด้วยนะจ๊ะ เพราะเขามีช็อปขายเครื่องสำอางหลากหลายแบรนด์ เดินช้อปเหนื่อยๆ ก็แวะดื่มกาแฟ ทานขนม หรือคุณผู้ชายมาส่งแฟนช้อปของสวยๆ งามๆ ก็ปลีกตัวมานั่งดื่มกาแฟ กินขนมรอก็ได้ ๕๕๕๕๕ เรียกได้ว่าถูกใจทั้งหนุ่มๆ และสาวๆ ในที่เดียวกันเลย

รายละเอียดติดต่อ Cafe de Lamphun

ชื่อร้าน : Cafe de Lamphun
ที่อยู่ : 506/1 ถนนเจริญราษฎร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
พิกัด GPS : 18.597214, 99.016667
ติดต่อ : 053-560815 , https://www.facebook.com/cafedelamphun
เวลาเปิด-ปิด : 07:00 น. ถึง 20:00 น. ทุกวัน
Wongnai Review : https://www.wongnai.com/restaurants/cafe-de-lamphun

Comment Disclaimer