Monday December 17, 2018

อาหารฮาลาลสไตล์โมเดิร์น ความแปลกใหม่สำหรับใครที่ยังไม่เคยลองสัมผัสที่ Choei Cafe & Bistro

Written by | 13/06/2018
Filed in: ร้านอาหารแนวผสมผสาน, ร้านอาหารไทย

ถ้าถามว่าว่า จงยกตัวอย่างอาหารฮาลาลมาคนละ 1 อย่าง เชื่อเลยว่าหลายๆ คนก็มักจะคิดถึงอาหารอิสลาม หรืออาหารของชาวมุสลิม ก็คงหนีไม่พ้น ข้าวหมกไก่ ข้าวหมกเนื้อ ข้าวซอยเนื้อหรือไก่ หรือไม่ก็พวกเนื้อสเต๊ะ อะไรพวกนี้ แต่หารู้ไม่ว่า อาหารฮาลาลมันมีอะไรที่เยอะกว่านั้นมาก วันนี้น้าอ้วนได้พูดคุยกับผู้ที่เชี่ยวชาญอาหารฮาลาล ที่ร้าน Choei Cafe & Bistro ร้านอาหารฮาลาลสไตล์โมเดิร์น ถ้าอยากรู้ว่า “อาหารฮาลาล” จริงๆ แล้วเขาเป็นยังไง ลองตามน้าอ้วนมาดูเลย

ก่อนอื่นก็ต้องแนะนำร้านก่อน Choei Cafe & Bistro อ่านว่า เฌย คาเฟ่ แอนด์ บิสโทร ร้านอาหารเก๋ๆ สไตล์โมเดิร์น ตกแต่งด้วยแนวลอฟท์ แต่ไม่ได้ดิบจ๋า ยังคงมีความเป็นโมเดิร์นผสมอยู่ ร้านตั้งอยู่บนถนนช้างคลาน ถ้าหากมาจากสี่แยกแสงตะวัน ให้มุ่งหน้ามาทางโรงแรมแชงกรี-ลา เชียงใหม่ ร้านจะอยู่ก่อนถึงโรงแรมนิดเดียว ร้านอยู่ซ้ายมือ ถ้าใครเอารถยนต์มา สามารถเลี้ยวจอดในซอยข้างร้าน (ทางเข้า The Peak Condo) เข้าไปนิดเดียวด้านซ้ายมือจะเป็นลานจอดรถของทางร้าน แต่ถ้าหลัง 18.00 น. เมื่อไร สามารถจอดข้างถนนช้างคลานได้เลย

จากที่น้าอ้วนได้พูดคุยกับทางเจ้าของร้าน ก็ทำให้เข้าใจเกี่ยวกับอาหารฮาลาลมากขึ้น แท้จริงแล้วอาหารฮาลาลก็คืออาหารทั่วไปเนี่ยแหละ เพียงแต่ว่าจะไม่มีส่วนประกอบของเนื้อหมู, แอลกอฮอล์ หรือเนื้อสัตว์ที่ต้องห้ามตามหลักศาสนา ส่วนเรื่องของรสชาติต่างๆ ตามหลักแล้วเขาไม่ได้ห้ามแต่อย่างใด ถ้าพูดแล้วอาหารฮาลาลก็คืออาหารทั่วไปนั่นแหละ เรื่องความเข้มข้นและจัดจ้านรับประกันว่าไม่ด้อยไปกว่ากันเลย

เริ่มจากเมนูแรก เมนูเรียกน้ำย่อยสุดอร่อย บอกเลยว่าจานนี้ถ่ายรูปเสร็จปุ๊บ ลงมือชิมกันเลย เผลอแป๊บเดียวหมดเกลี้ยง ยำส้มโอกุ้งสด (130 บาท) เมนูเรียกน้ำย่อยสุดสดชื่น ส้มโอรสชาติหวานนำ เปรี้ยวนิดๆ ชุ่มฉ่ำ พร้อมกุ้งตัวใหญ่ๆ ลวกสุกกำลังพอดี เสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหอมเจียว, กระเทียมเจียว, มะนาว, พริกขี้หนูซอย, มะพร้าวคั่ว และน้ำยำสูตรเด็ด และที่ขาดไม่ได้ก็คือใบพลู เราอาจจะคุ้นเคยกับยำส้มโอในแบบที่คลุกเคล้ามาแล้ว แต่ทางร้านแยกเครื่องปรุงให้ก็เพราะว่าเข้าใจในเรื่องของรสชาติส่วนบุคคล บางคนอาจจะชอบรสชาติอ่อนๆ หรือบางคนก็ชอบรสจัด ก็สามารถปรุงรสได้ตามความชอบของตนเองได้

ปลากะพงทอดซอสยำมะม่วง (150 บาท) สำหรับจานนี้น้าอ้วนชอบไอเดีย เพราะปกติเวลาไปสั่งปลากะพงทอดสักจานหนึ่ง หลายๆ ร้านมักจะเสิร์ฟมาเป็นตัวๆ และตัวใหญ่ๆ แน่นอนว่าราคาก็ต้อง 300up แน่นอน แต่ร้านนี้เสิร์ฟกันแบบพอดี ในราคาที่สบายๆ เพื่อที่เราจะได้แชร์ในการสั่งอาหารจานอื่นด้วย เนื้อปลากะพงที่ชุบแป้งบางๆ แล้วเอาไปทอดในน้ำมันให้ด้านนอกกรอบและด้านในสุก พร้อมเครื่องสมุนไพรตางๆ ส่วนของน้ำยำมะม่วงนั้น เชฟใช้มะม่วงที่มีรสชาติเปรี้ยวพอดีๆ คลุกเคล้ากับน้ำตาล น้ำปลา มะนาว จนได้เป็นน้ำยำสุดแซ่บ รสชาติครบรส ทานคู่กับปลาทอดรับประกันว่าฟินเว่อร์

ปอเปี๊ยะผักโขมชีส (110 บาท) เมนูทานเล่นสำหรับรออาหารจานหลัก ผักโขมที่ลวกจนสุก สอดไส้ด้วยชีสแล้วห่อด้วยแป้งปอเปี๊ยะ ทำเป็นรูปทรงยาวๆ ไปทอดให้แป้งสุก ชีสด้านในละลาย เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มบ๊วย เปรี้ยวอมหวาน เมนูทานเล่นง่ายๆ แต่อร่อยดีจริงๆ แถมมีประโยชน์จากผักโขมด้วย

สเต๊กไก่ย่างโรสแมรี (220 บาท) ส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบกลิ่นของโรสแมรีมาก เวลาทำอาหารหรือทำเครื่องดื่มมักจะเบิร์น หรือแท็บเจ้าสมุนไพรตัวนี้ลงไปด้วยเสมอ เนื้อไก่ส่วนที่ติดหนังเอาไปหมักกับเครื่องเทศต่างๆ เมื่อได้ที่แล้วนำไปย่างไฟจนสุก เสิร์ฟพร้อมน้ำเกรวี่สูตรเด็ด เมนูเด็ดที่ อิ่ม อร่อย รสชาติเข้าเนื้อเน้นๆ

ข้าวกล้องสเต๊กเนื้อตากหมอกจิ้มแจ่ว (300 บาท) เรียกว่าเมนูไฮไลท์ได้เลย สำหรับใครที่ชอบทานเนื้อ สเต๊กเนื้อตากหมอกเนี่ยแหละคือความฟินระดับท๊อป เนื้อสันนอกคือเนื้อที่มีความนุ่มที่สุด เมื่อเอาไปหมักกับเครื่องปรุง แล้วย่างไฟจนสุก มีความหวานนิดๆ พร้อมความนุ่มอร่อย เสิร์ฟพร้อมข้าวกล้อง และผักเครื่องเคียง เพิ่มความอร่อยด้วยน้ำจิ้มแจ่วแบบไทยๆ รับประกันว่าเมนูนี้ถ้าสายเนื้อได้ลองชิมฟินแน่นอน

สุดท้ายสำหรับใครที่รักสุขภาพ เมนูที่หน้าตาไม่ค่อยหวือหวาอย่าง ข้าวกล้องผัดธัญพืช (130 บาท) ดูแล้วแบบว่าคงไม่อร่อย เพราะข้าวกล้องจะสีออกม่วงๆ ดำๆ และยิ่งผัดกับถั่วลันเตา, ข้าวโพด, เม็ดมะม่วงหิมพานต์, ลูกเดือย แล้วก็ยังมีเห็ดเอริงงิย่างมาด้วย ดูหน้าตาแล้วคงไม่อร่อย แต่พอได้ลองชิมดู ข้าวกล้องไม่ได้แข็ง แต่กลับนิ่มในแบบพอดี รสชาติกลมกล่อม ไม่ได้จืดชืดเหมือนหน้าตา และที่สำคัญน้ำซุป รับประกันความอร่อย (น้าอ้วนยังแอบแซวกันในโต๊ะเลยว่า เมนูนี้อร่อยยันน้ำซุป ๕๕๕๕๕)

นอกจากนั้นเครื่องดื่มอร่อยๆ และเย็นๆ ก็มีพร้อมให้บริการ Mango Slush (65 บาท) หรือเมนูสมูธตีมะม่วงนั้นเอง ความหวาน หอมอร่อยของมะม่วงในฤดูร้อนมันชั่งเย้ายวนจริงๆ ใส่ไซรัปลงไปสักนิด ปั่นจนเนื้อมะม่วง น้ำแข็ง และไซรัสผสานเข้าด้วยกัน ออกมาเป็นเครื่องดื่มที่รสชาติลงตัว

Mix Berry Smoothie (75 บาท) อีกหนึ่งเครื่องดื่มปั่นเย็นๆ สดชื่นที่อัดแน่นด้วยผลไม้ตระกูลเบอร์รีที่ทั้งเอามาปั่น และผลสดๆ ที่ท๊อปปิ้งอยู่บนแก้ว เพิ่มความสดชื่นและมีประโยชน์ต่อระบบสายตา

Honey Lime Soda (60 บาท) เครื่องดื่มไซรัปโซดาซาบซ่า ผสานความหวานหอมของน้ำผึ้ง ความเปรี้ยวของมะนาว และความซ่าของโซดา 3 ประสานที่เข้ากันได้อย่างลงตัว

Choei Kopi (60 บาท) และ Choei Thai Tea (50 บาท) เมนูเครื่องดื่ม Signature ทั้งสองตัวของร้าน หอมกรุ่นตามสไตล์กาแฟโบราณอย่างโกปี้ ที่ก่อนดื่มต้องคนนมข้นหวานด้านล่างผสมให้เข้ากันกับกาแฟก่อน หรือชานมเย็นรสชาติละมุน กลมกล่อม เมนูหอมแต่ไม่หวาน (เพื่อสุขภาพ) สไตล์ไทยๆ ที่อยากแนะนำ

นอกจากนั้นที่ Choei Cafe & Bistro บริเวณชั้น 2 เขายังมี Co-Working Space ที่ไม่ต้องเสียค่าเข้า (เหมือนที่อื่นๆ ที่ค่าเข้ารายวันเป็นหลักร้อย) เพียงซื้อเครื่องดื่มชนิดใดก็ได้ที่ร้าน ก็สามารถนั่งใช้บริการได้ฟรี 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นเพียงชั่วโมงละ 19 บาทเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มใดๆ (ถ้ายังไม่หิว) เปิดให้บริการตามเวลาร้านเปิดและปิดเลย

และโปรโมชั่นสุดเจ๋งสำหรับช่วงนี้ ตั้งแต่ 07:30 น. ถึง 09:00 น. ทุกวัน เครื่องดื่มกาแฟและชา เมนูร้อน 30 บาท และเมนูเย็น 35 บาทเท่านั้น

ชื่อร้าน : Choei Cafe & Bistro (เฌย คาเฟ่ แอนด์ บิสโทร)
ที่อยู่ :
 187/24 ถนนช้างคลาน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด GPS : 18.779148, 98.999638
ติดต่อ : 053-819079, https://www.facebook.com/choeicafe
เวลาเปิด-ปิด : 07:30 น. ถึง 21:00 น. ทุกวัน
Wongnai Review : https://www.wongnai.com/restaurants/248071rK-choei-cafe-bistro

Comment Disclaimer