Wednesday November 25, 2020

ลิ้มรสอาหารฝรั่งเศสในบรรยากาศ Art Gallery กับหลากหลายเมนูที่รังสรรค์เฉพาะที่ เลเลฟอง – L’éléphant

Written by | 12/11/2020
Filed in: ร้านอาหารนานาชาติ

วันนี้ถ้าจะมาบอกว่า จะพาไปกินอาหารฝรั่งเศส หลายคนก็คงต้องคิดว่า ฉันต้องแต่งตัวดี ๆ สวย ๆ เสื้อเชิร์ต ใส่สูทไป พร้อมกับกระเป๋าตังที่ฟูฟ่องไปด้วยเงินที่ต้องเตรียมไปเปย์ แต่บอกเลยว่าร้านที่น้าอ้วนจะพาไปรู้จักในวันนี้ ถึงแม้เขาจะเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสก็ตาม แต่บรรยากาศที่นี่ไม่จำเป็นต้องหรูหรา แต่งกายสบาย ๆ ชิลล์ ๆ เหมือนออกจากบ้านปกติก็พอ และอีกอย่างไม่ต้องเตรียมเงินมาเยอะ เพราะที่นี่เขามีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับช่วงนี้ บอกเลยว่าอิ่มจัง ตังอยู่เกือบครบ ที่ เลเลฟอง – L’éléphant

ร้าน เลเลฟอง – L’éléphant French Cuisine เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่าช้าง ร้านนี้ตั้งอยู่ถนนศิริมังคลาจารย์ ซอย 11 ขับรถเข้าซอยไป ร้านจะอยู่เกือบสุดซอย ด้านซ้ายมือ หาได้ไม่ยาก พอมาถึงร้านแล้วทางเดินร้านจะค่อนข้างแคบหน่อย แต่ก็ตกแต่งในสไตล์สวนยุโรปแบบชิลล์ ๆ ด้านในจะค่อนข้างที่จะเหมือน Art Gallery จะมีรูปปั้น มีรูปวาด งานศิลปะต่าง ๆ ประดับตกแต่งค่อนข้างเยอะ ซึ่งงานเหล่านี้ถ้าลูกค้าท่านใดสนใจ ก็ติดต่อทางร้าน หิ้วติดไม้ติดมือกลับบ้านได้นะจ๊ะ

ร้านแบบนี้หลายคนอาจจะไม่คุ้นสักเท่าไร แต่ก็อยากจะมาลองชิม ลองดูเพื่อให้รู้ว่า อาหารฝรั่งเศสเขาเป็นยังไง แต่สำหรับใครที่คุ้นเคยดี ก็อาจจะมีเมนูที่ชื่นชอบอยู่ในใจ แต่วันนี้น้าอ้วนจะมาแนะนำเมนูที่ทางเชฟเขาจัดเป็น Set Menu ไว้ให้เลย เพื่อที่สำหรับใครที่อยากจะมาลอง แต่อาจจะไม่คุ้นเคยกับอาหารสัญชาตินี้จะได้เลือกแบบสบาย ๆ

ก่อนอื่นเชฟจะ welcome ด้วย Amuse Bouche (เมนูกินเล่นเพื่อเรียกน้ำย่อย) วันนี้เป็นขนมปังและตับไก่บด และขนมปังสูตรพิเศษของทางร้าน

เซ็ทแรกที่อยากแนะนำ และถือว่าเป็นอะไรที่สุดยอด เพราะช่วงนี้เชฟเขามีโปรโมชั่นให้ด้วย Early Elephant Dinner Set Menu ประกอบด้วยอาหาร 3 คอร์ส ในราคาปกติ 1,100 บาท แต่วันนี้เราไม่ขาย เราขายเพียง 550 บาทเท่านั้น (มีเฉพาะวันจันทร์ – เสาร์ ช่วงดินเนอร์ 16:30 น. ถึง 17:30 น. เท่านั้นนะจ๊ะ)

ดูจากเมนูแล้ว ก็มีหลายจานให้เลือก แต่สำหรับ Starter จานแรกน้าอ้วนเป็นสายเนื้อ เลยขอเลือกเป็น Beef Carpaccio โดยจะเป็นเนื้อสันใน (Tenderloin) แล่ให้บาง ๆ เสิร์ฟพร้อมกับเคเปอร์ เลมอน พาร์เมซานชีส และผักร็อคเก็ต

ถัดมาจะเป็นจานหลัก หรือ Main ก็มีอีกหลายจานให้เลือกเช่นกัน แต่น้าอ้วนแอบเห็นว่าเชฟได้เห็ดทรัฟเฟิลมาใหม่ ดังนั้นก็เลยขอเลือกเมนู Tagliatelle Pasta Truffle Cream เป็นเส้นพาสต้าที่ใหญ่กว่าเฟ็ตตูชินี่ที่หลายคนคุ้นเคย เส้นพาสต้าที่นี่เชฟจะทำสด เป็น Homemade Pasta นำไปผัดกับครีมซอสเห็ดทรัฟเฟิลที่มีลักษณะข้นมาก พร้อมฝานเห็ดทรัฟเฟิลโรยหน้ามาอีก ใครชอบกลิ่นหอมของเห็ดชนิดนี้ บอกเลยว่าฟินมาก

ปิดท้ายของหวานแสนอร่อย เชฟก็จะมีให้เลือกอีก แต่น้าอ้วนขอเลือกเป็น Brown Rice Green Tea Crème Brûlée เป็นเครมบรูว์เล รสเก็นไมฉะ หอมกลิ่นข้าวคั่วที่เบิร์นน้ำตาลบนด้านหน้าในสไตล์เคลมบรูว์เล

แต่สำหรับใครที่คิดว่า 3 คอร์สฉันไม่น่าจะอิ่ม หรือมากันหลายคนก็อยากจะชิมอะไรที่รู้สึกว่าจัดเต็มกว่านี้ ดังนั้นน้าอ้วนก็เลยมีแบบ 5 คอร์สมาแนะนำ ในราคา 1,980 บาท เรามาดูกันซิว่าจะมีอะไรบ้าง

Duo Carpaccio เมื่อกี้เราเห็นเนื้อสันในธรรมดาที่สไลซ์แล้ว สำหรับจานนี้จัดเต็มกว่า เพราะเขาจะเสิร์ฟเป็นเนื้อวากิวปรุงรสด้วยทรัฟเฟิลครีม และหอยเชลล์ญี่ปุ่นสไลซ์สด ๆ เสิร์ฟพร้อมกับซอสวาซาบิมาโย ก่อนเสิร์ฟ พนักงานจะเอาไฟมาเบิร์นให้เนื้อสะดุ้งเล็กน้อย และกลิ่นของทรัฟเฟิลครีมที่โดนเบิร์นมันหอมคละคลุ้งไปทั่วห้องดีจริง ๆ

Pluma Iberico Pork สันคอหมูอิเบอริโตจากสเปน เอามาย่างไฟอ่อน ๆ ปรุงรสด้วยน้ำผึ้ง เครื่องเทศ พริกรสเผ็ด เสิร์ฟแบบมีเดียมแรร์ บอกเลยว่าจานนี้รสชาติจะออกเปรี้ยวและเผ็ดนิด ๆ เป็นจานที่เปิดต่อมรับรสได้เป็นอย่างดี

Crab & Squid ราวิโอลี่ (พาสต้าชนิดหนึ่งที่ห่อคล้าย ๆ เกี๊ยว)สีดำที่ได้จากดีของหมึก สอดไส้ข้างในด้วยผักโขม เสิร์ฟพร้อมเนื้อปูก้อน กุ้งและหมึกย่าง ในซอสมะเขือเทศแบบเข้มข้น รสชาติจะออกจัดจ้าน

สำหรับ Main ทางเชฟจะให้เราเลือกเมนู 1 จาก 3 จาน สำหรับวันนี้น้าอ้วนเลือกเป็น Roasted Quail & Seared Foie Gras เพราะอยากลองกินนกกระทา ซึ่งไม่ได้กินมานานแล้วและมีอารมณ์คิดถึงตับห่าน นกกระทาตัวขนาดไม่ใหญ่ (ประมาณ 45 วัน) เอาไปอบจนสุก เสิร์ฟพร้อมกับตับห่านย่าง กระหล่ำดาว องุ่น ผัดเบค่อนและซอสไวน์หวาน

คอร์สสุดท้าย ทางร้านก็จะให้เราเลือกของหวานว่าต้องการอะไร อย่างวันนี้น้าอ้วนเลือกเป็น Pana Cotta รสชาติเนียนนุ่ม พร้อมซอสบลูเบอร์รี่หวานอมเปรี้ยว ปิดท้ายเมนูอิ่มฟิน ๆ ได้อย่างลงตัว

ที่นี่ไม่ได้เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่พนักงานจะต้องใส่สูท ใส่ทักซีโด้ มาให้บริการ เป็นร้านอาหารที่ค่อนข้างที่จะธรรมดาด้วยซ้ำ แต่คุณภาพของการให้บริการ ข้อมูลที่พนักงานมาแนะนำในอาหารทุกจานนี่แน่นเปี๊ยะ ทำให้เราได้รู้ ได้เข้าใจว่าอาหารแต่ละจานที่เราจะได้กินนั้นเป็นยังไง อีกทั้งเชฟอ้น จะคอยแวะเวียนมาพูดคุยเป็นระยะ ๆ ถ้าหากว่างเว้นจากภารกิจในครัวแล้ว ดังนั้นสำหรับร้าน เลเลฟอง – L’éléphant แห่งนี้จึงถือว่าเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารฝรั่งเศสที่ใครอยากจะมาลอง นี่แนะนำสุด ๆ

ชื่อร้าน : เลเลฟอง – L’éléphant
ที่อยู่ : 7 ถนนศิริมังคลาจารย์ ซอย 11 ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด GPS : 18.793783, 98.972609
ติดต่อ : 097-9708947 ,https://www.facebook.com/lelephantchiangmai
เวลาเปิดปิด : จันทร์ – เสาร์ มื้อเย็น 16:30 น. – 22:00 น., พิเศษเฉพาะ ศุกร์ และเสาร์ มื้อเที่ยง 11:30 น. ถึง 14:30 น. หยุดทุกวันอาทิตย์
Wongnai Review : https://www.wongnai.com/restaurants/1194305Ap-l-éléphant

Comment Disclaimer