Tuesday September 21, 2021

ข้าวหมก ซุปหาง กลิ่นหอมยั่วยวน รสชาติเข้มข้นจัดจ้าน ต้องแวะมาพิสูจน์ที่ ปากะศิลป์

Written by | 20/08/2021
Filed in: ร้านอาหารไทย

สำหรับใครที่ชอบเมนูข้าวหมก ซุปหาง หรือข้าวซอย บอกเลยว่าเห็นรีวิวนี้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะวันนี้น้าอ้วนมีร้านอาหารที่มีข้าวหมกต่าง ๆ มาแนะนำให้รู้จัก ร้านนี้บอกเลยว่าถ้าใครชื่นชอบอาหารสัญชาตินี้ต้องได้มาสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าความอร่อยมีจริง ร้านที่แต่งเติมความอร่อยด้วยเชฟระดับโรงแรมมีชื่อ ประสบการณ์หลายสิบปี พัฒนา ปรับปรุง ดัดแปลงจนได้เมนูที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง กับร้านอาหารที่ชื่อแปลก อาจจะไม่คุ้นหูว่า ปากะศิลป์

ปากะศิลป์ คืออะไร ปากะ แปลว่า การหุงต้ม ส่วนคำว่า ศิลป์ ก็คือศิลปะ ดังนั้นปากะศิลป์ จึงหมายถึง ศิลปะแห่งการหุงต้ม (การทำอาหาร) นั่นเอง ร้านนี้จะมีเมนูให้เลือกเพียงไม่กี่เมนู แต่บอกเลยว่าแต่ละเมนูนั้นเด็ดสุดจริง ทุกจานรังสรรค์และปรุงมาจากรสมือของเชฟเอ ผู้มากประสบการณ์ ที่อยู่ในวงการอาหารหลายสิบปี ผ่านประสบการณ์จากโรงแรมดัง ๆ มาหลายที่ รวมไปถึงโรงแรมห้าดาวชื่อดังของเชียงใหม่ ก่อนที่จะออกมาเปิดร้านของตนเอง

ลูกค้าเก่าแก่อาจจะคุ้นเคยและไปชิมมาแล้วตั้งแต่สมัยที่ร้านตั้งอยู่ตรงข้ามสโมสรยิมคานา หรือเดิมที่อยู่ใกล้ ๆ ร้านปัจจุบันในหมู่บ้านเดียวกัน แต่สำหรับร้านปัจจุบันนั้นเรามาได้ 2 เส้นทางหลัก ๆ ก็คือ ถ้าเริ่มจากสี่แยกสนามบิน ให้มุ่งหน้าไปทางหางดง ขับมาเรื่อย ๆ จนถึงร้าน 7-Eleven สาขาตลาดวรุณ ให้เลี้ยวซ้ายแล้วขับไปตามทาง ร้านจะอยู่ด้านขวามือ หรือใครมาจากถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จากสี่แยกแม่เหียะฯ มุ่งหน้าไปทางซูเปอร์ไฮเวย์ ให้เลี้ยวเข้าซอยที่อยู่ตรงข้ามโรงเรียนกสิณธรเซนต์เจมส์ ให้ขับมาตามทางเรื่อย ๆ จนสุดซอย ให้เลี้ยวซ้าย ขับไปอีกนิด ร้านจะอยู่ด้านซ้ายมือ

อย่างที่บอกคือร้านนี้จะเน้นเป็นเมนูข้าวหมกไก่ ซุปเนื้อต่าง ๆ ที่นี่จะไม่มีเมนูที่มีเนื้อหมูให้บริการนะ และที่สำคัญเนื้อวัวทุกชิ้นซื้อมาจากร้านที่ได้เครื่องหมาย Halal ดังนั้นพี่น้องมุสลิมสามารถมากินที่ร้านนี้ได้อย่างสบายใจ

แต่ถ้าใครไม่สะดวกมา ก็สามารถสั่งผ่าน LINE MAN ก็ได้นะ https://www.wongnai.com/delivery/businesses/188238VD/order (ราคาหน้าร้านกับราคา Delivery อาจจะต่างกันเล็กน้อย)

ข้าวหมก (เนื้อ 80/110 บาท, ไก่ 40/50 บาท) กรุ่นกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่เคล้าอยู่บนตัวข้าวที่ไม่แฉะ สังเกตดูในจานข้าวน้าอ้วนเห็นหญ้าฝรั่นที่ทางร้านใช้ในการทำข้าวหมกด้วย ซึ่งบอกเลยว่าเท่าที่ไปกินข้าวหมกมาไม่เคยเห็นร้านไหนจะใส่ เพราะราคาของหญ้าฝรั่นค่อนข้างสูง พูดถึงเรื่องของเนื้อ ข้าวหมกเนื้อรสชาติเนื้อที่นุ่ม ละลายในปาก ส่วนไก่ไม่ได้เสิร์ฟเป็นน่องหรือชิ้นโต ๆ เชฟจะใช้เป็นไก่ที่สไลซ์เป็นชิ้น ๆ เนื้อนุ่มหอมเครื่องเทศเย้ายวน

และที่ขาดไม่ได้ก็คือน้ำอาจาดสีเขียวปี๊ด ที่เห็นแล้วรู้เลยว่าแตกต่างจากที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด รสชาติจัดจ้านเหมาะสำหรับข้าวหมกจานนี้ดีจริง ๆ

ข้าวซอยไก่ (65/80 บาท) ข้าวซอยทางเหนืออาจจะติดรสชาติหอมกลิ่นเครื่องแกงและรสออกหวาน แต่สำหรับที่ปากะศิลป์ น้ำแกงของข้าวซอยไก่ที่นี่จะค่อนข้างจัดจ้าน และเข้มข้น เสิร์ฟมาพร้อมกับเส้นทอดกรอบที่ม้วนเป็นทรงกลมสวยงาม ดูดีมีสไตล์ อีกทั้งเครื่องเคียงเช่นหอมแดง มะนาว และผักกาดดองที่ต้องบอกว่าดีงามมาก

ซุปหางวัว (100 บาท) เมื่อตักน้ำซุปคำแรกเข้าปาก จะรู้สึกว่าเฮ้ย! ทำไมมันไม่จัดจ้านเหมือนร้านอื่น? นี่แหละคือสไตล์ของปากะศิลป์ เชฟตระหนักถึงความชอบของแต่ละคนว่าย่อมชอบในความจัดจ้านที่ต่างกัน ดังนั้นร้านนี้จึงแยกน้ำพริกเสิร์ฟต่างหาก ลูกค้าสามารถเติมความจัดจ้านเข้าไปในปริมาณที่ตัวเองพึงพอใจ ส่วนหางวัวที่ตุ๋นมาอย่างดี ส่วนที่เป็นหนังหนึบละมุน ส่วนที่เป็นเนื้อก็เปื่อยยุ่ย รวมไปถึงเนื้อตุ๋นที่เสิร์ฟมาในซุปด้วย เปื่อยและละลายในปากได้เป็นอย่างดี

ข้าวคลุกกะปิ (40/50 บาท) รสชาติของกะปิที่ซึมเข้าเมล็ดข้าวเข้มข้นมาก แต่กลิ่นไม่ฉุน เสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไก่ผัด ไข่เจียวซอย มะม่วงสับ ถั่วฝักยาว แตงกวา หอมแดง พริกทอด ปลาเล็กทอด มะนาว และสับปะรดที่จะได้ความหวานอมเปรี้ยวช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี

เมื่อเราอิ่มของคาวกันไปแล้ว เรามาดูเมนูของหวานกันบ้าง กินคาวแล้วไม่กินหวานจะได้อย่างไร

ลอดช่องใบเตย (ธรรมดา 25 บาท, ลอดช่องน้ำกะทิลำไย 50 บาท) ลอดช่องรสชาติละมุน เสิร์ฟพร้อมน้ำกะทิที่หวานหอมด้วยน้ำตาลอ้อย แต่สำหรับใครที่อยากอัพเกรดความสดชื่นด้วยลำไยคว้านสด ๆ ลูกโต ๆ ก็สามารถเลือกเป็นลอดช่องน้ำกะทิลำไยได้นะ

สังขยาใบเตย (25 บาท) เนื้อเนียน และละมุนมาก หอมกลิ่นใบเตย ท็อปปิ้งด้านบนด้วยฝอยทองเพิ่มความอร่อยได้อีกสเต็ป

บัวลอยสายรุ้งไข่ออนเซ็น (50/60 บาท) บัวลอยหลากเนื้อสัมผัสหนึบหนับหลายสีสันดูแล้วช่างยั่วน้ำลายได้เป็นอย่างดี เสิร์ฟพร้อมกับน้ำกะทิรสชาติหวานและเค็มตัดกันได้อย่างกลมกล่อม เนื้อมะพร้าวอ่อน และไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือไข่ออนเซ็นที่จะเพิ่มความมันละมุนให้ของหวานชามนี้ แต่ถ้าเป็นบัวลอยสายรุ้งไม่มีไข่ก็แค่ 40/50 บาทเท่านั้น

ข้าวเหนียวเปียกลำไย (40 บาท) เมนูของหวานสำหรับฤดูกาลนี้ ข้าวเหนียวที่เอาไปเคี่ยวกับน้ำตาลและเนื้อลำไย จนได้เป็นข้าวเหนียวที่ชุ่มด้วยความหวานสดชื่น ก่อนกินต้องราดน้ำกะทิลงไปด้วยนะ ความหอม หวาน และเค็มของน้ำกะทิจะช่วยทำให้รสชาติของขนมหวานชามนี้กลมกล่อมและอร่อยยิ่งขึ้น

ลอดช่องทุเรียน (75 บาท) ความหอมอร่อยของลอดช่องใบเตย ที่เคล้ากับกลิ่นหอมละมุนของทุเรียน ที่ถือว่าเป็นราชาแห่งผลไม้ ผสานความอร่อยของทั้งสองอย่างด้วยน้ำกะทิแบบนี้ ใครที่ชอบกินทุเรียนนะ บอกเลยว่าปลื้มแน่นอน แต่ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้มีทั้งปี เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ – กันยายนเท่านั้นนะ

ถึงแม้จะเป็นเมนูอาหารพื้น ๆ ที่หากินที่ไหนก็ได้ แต่เทคนิคและวิธีการของเชฟเอนั้นทำให้เมนูเหล่านี้แตกต่าง อย่างข้าวหมกทั้งเชียงใหม่อาจจะพูดได้เลยว่าที่นี่ใช้หญ้าฝรั่นใส่เข้ามาด้วย ส่วนไก่ก็ไม่ได้ใส่มาเป็นชิ้น เชฟทำให้ไก่มีเนื้อนุ่มอร่อย รสชาติของเครื่องเทศซึมเข้าไปถึงข้างใน ซุปหางก็ไม่ได้จี๊ดจ๊าดออกมาตั้งแต่ในครัว เปิดโอกาสให้ลูกค้ามีตัวเลือกที่ตัวเองต้องการ ข้าวซอยที่ไม่จำเจด้วยรสชาติแบบเมืองเหนือ ความจัดจ้านที่ซ่อนอยู่ในน้ำซุปทำให้ใครที่มาร้านนี้ต้องลอง และอีกหลาย ๆ เมนูที่น้าอ้วนอาจจะแนะนำได้ไม่หมด ถ้าใครได้มา ปากะศิลป์ ลองเลือกมาสัก 2-3 เมนูที่คิดว่าตัวเองชอบ และมาพูดคุยกัน

ชื่อร้าน : ปากะศิลป์
ที่อยู่ : 331 หมู่ที่ 8 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด GPS : 18.751726, 98.972218
ติดต่อ : 081-4294858, 090-3212552 , https://www.facebook.com/ปากะศิลป์-1691961757694609
เวลาเปิดปิด : 07:30 น. – 15:00 น. หยุดทุกวันอังคาร
Wongnai Review : https://www.wongnai.com/r/188238VD

Comment Disclaimer