Tuesday November 21, 2017

ย้อนอดีตถึงเวียงกุมกาม มองความงามของสายน้ำปิง แอบอิงธรรมชาติสดชื่น ที่ The Pagoda Bistro & Bar

Written by | 22/12/2015
Filed in: ร้านอาหารนานาชาติ, ร้านอาหารไทย

ถ้าพูดถึงริมน้ำปิงแล้ว ก็คงมีหลายๆ ร้านที่มีบรรยากาศติดน้ำปิง เพราะแม่น้ำสายนี้ถือเป็นเส้นเลือดสายหลักของเชียงใหม่บ้านเรา ร้านอาหารริมน้ำปิงก็มีทั้งแบบ Pub & Restaurant หรือบางร้านก็จะเป็นแนวอาหารไทย สไตล์ชิลล์ๆ หรือร้านอาหารเหนือสไตล์ล้านนา เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการบรรยากาศริมน้ำปิงได้มาแวะทานอาหารกัน แต่มีร้านหนึ่งที่บรรยากาศก็คงไม่แตกต่างจากอื่นๆ ที่ติดริมแม่น้ำปิงสักเท่าไร แต่จุดเด่นที่ร้านนี้มีก็คือเขามีวิวของเจดีย์กู่คำ (วัดเจดีย์เหลี่ยม) ซึ่งถือเป็นเจดีย์ที่เก่าแก่ คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ตั้งแต่สมัยเวียงกุมกาม ที่สร้างโดยพญามังราย กษัตริย์ในสมัยนั้น และร้านอาหารร้านนั้นคงเป็นที่ไหนไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ The Pagoda Bistro & Bar

ชื่อร้าน : THE PAGODA BISTRO & BAR
ที่อยู่ : 12/2 หมู่ 3 ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ (ด้านในโรงแรม Maraya Hotel & Resort)
พิกัด GPS : 18.7547794,98.9920892
ติดต่อ :  053-812121 , https://www.facebook.com/The-Pagoda-Bistro-Bar-534096983430805/
เวลาเปิด-ปิด : 10:00 – 22:30 น. ทุกวัน
Wongnai Review : https://www.wongnai.com/restaurants/218093Da-the-pagoda-bistro-bar

The Pagoda Bistro & Bar เป็นร้านอาหารที่อยู่ในโรงแรม Maraya Hotel & Resort เชียงใหม่ ที่ตั้งอยู่แถวบริเวณย่านป่าแดด ถ้าเรามาจากทางสะพานภาค 5 ก็ให้เลี้ยวรถมาทาง อบต. ป่าแดด ซึ่งจากตรงจุดนั้นก็ให้ขับเลาะถนนเลียบน้ำปิงมาประมาณ 800 เมตร โรงแรมจะอยู่ด้านซ้ายมือ ซึ่งสามารถจอดรถที่หน้าโรงแรมได้ ให้เดินเข้ามาในโรงแรมเลยนะจ๊ะ เพราะร้านอาหารจะอยู่ด้านในสุดเลย

ด้วยความที่เจ้าของโรงแรมมีความเคารพและเลื่อมใสในพญามังราย จึงได้ตั้งชื่อโรงแรมว่า “มารายา” ซึ่งแปลได้ว่าเป็นการสรรเสริญพญามังรายนั่นเอง

บรรยากาศของร้าน อย่างที่น้าอ้วนได้กล่าวไว้ตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่าร้านนี้อยู่ติดแม่น้ำปิง เลยทำให้เห็นวิวของแม่น้ำได้ชัดเจน และฝั่งตรงข้ามก็จะเป็นวัดเจดีย์เหลี่ยม ซึ่งจะมีเจดีย์ที่ชื่อว่า “เจดีย์กู่คำ” ซึ่งเป็นเจดีย์ที่องค์พญามังรายท่านได้สร้างไว้ ทั้งในช่วงกลางวันที่เงียบสงบ ลมพัดเย็นสบาย จะมานั่งชมวิวจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ก็น่าสนุก หรือจะเป็นบรรยกาศตอนหัวค่ำที่ความมืดเริ่มคลืบคลาน จึงทำให้แสงไฟจากฝั่งตรงข้ามที่เปิดเพื่อส่องเจดีย์ทำให้เราได้เห็นเจดีย์ที่มีสีเหลืองทอง ช่างเป็นวิวที่งดงามเหลือเกิน

DSC_6231 DSC_6235 DSC_6239 DSC_6266 DSC_6336 DSC_6338 DSC_6342 DSC_6345 DSC_6341DSC_6356

ถ้าใครเดินเข้ามาตั้งแต่หน้าประตูโรงแรมจนถึงที่ร้านอาหารแห่งนี้ ก็คงนึกว่าที่นี่จะมีแต่อาหารฝรั่งไว้บริการ แต่ผิดคาดเพราะที่นี่นอกจากจะมีอาหารฝรั่งแล้ว เขาก็ยังมีอาหารไทยและอาหารเหนือไว้ให้เลือกสั่งและเลือกรับประทานด้วย สำหรับราคาน้าอ้วนว่าเป็นราคาที่มาตรฐานสำหรับร้านวิวแม่น้ำปิงและเห็นวิวสวยๆ แบบนี้

เริ่มต้นกับเมนูเรียกน้ำย่อย หรือเป็นเมนูทานเล่นอย่าง ยำหอยนิวซีแลนด์ (250 บาท) หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ที่ทำให้สุกกำลังดี เนื้อแน่นและสด ราดด้วยน้ำยำรสชาติเข้มข้มจัดจ้าน จึงทำให้ได้เป็นเมนูที่เรียกน้ำย่อยในระหว่างที่รอจานอื่นๆ มาเสิร์ฟได้อย่างร้อนแรงจริงๆ

DSC_6455

แซลมอนทาท่าร์อโวคาโด้ (220 บาท) เนื้อปลาแซลมอนสด หั่นเป็นลูกเต๋าขนาดกำลังดี คลุกเคล้ากับอโวคาโด้ มายองเนสและเครื่องปรุงอีกหลากหลาย และท๊อปปิ้งด้วยไข่กุ้งสีส้มสดกันแบบไม่อั้น จนได้เป็นแซลมอนทาท่าเมนูเพื่อสุขภาพที่สด ใหม่และกลมกล่อม งานนี้สาวๆ ผู้รักสุขภาพ หรือใครที่กำลังไดเอ็ด บอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด

DSC_6451

ข้าวแกงเขียวหวานทงคัตสึ (180 บาท) เนื้อหมูที่นุ่มนำไปชุบเกล็ดขนมปังและเอาไปทอดให้เหลืองกรอบสีทอง เป็นหมูทอดทงคัตสึในแบบญี่ปุ่น และเอามาวางไว้บนข้าวสวยร้อนๆ เสิร์ฟพร้อมกับแกงเขียวหวานที่รสชาติเข้มข้น ถือเป็นการผสมผสานกันระหว่างไทยและญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว

1498025_10153707137291335_7350610287172324463_o

เนื้อย่างจิ้มแจ่ว (240 บาท) เนื้อที่หมักกับเครื่องเทศจนได้ที่และเข้าเนื้อ นำไปย่างไฟให้ด้านนอกสุกแต่ด้านในยังคงฉ่ำเป็นสีชมพูอ่อนๆ เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มแจ่ว รสชาติเปรี้ยว เผ็ด เค็มกำลังดี ถือเป็นเมนูเนื้ออีกจานที่คนรักเนื้อต้องห้ามพลาด

DSC_6454

อย่างที่บอกว่านอกจากอาหารไทยและอาหารฝรั่งแล้ว ที่นี่ก็ยังมีอาหารเหนือด้วยนะจ๊ะ หนึ่งในนั้นก็คือ แกงฮังเลขาหมู (240 บาท) ขาหมูทั้งขาที่มีทั้งส่วนที่เป็นเนื้อ เป็นมัน และหนัง เอามาตุ๋นจนเปื่อยและเข้าเครื่องเทศหลากหลายชนิด จนได้เป็นขาหมูที่เปื่อยและนุ่ม พร้อมเครื่องแกงฮังเลที่หอมกลิ่นเครื่องเทศตามแบบฉบับเมืองเหนือ รสชาติหวานมัน เค็มตาม เป็นรสชาติของแกงฮังเลแบบฉบับเมืองเหนือจริงๆ

DSC_6470

ซี่โครงหมูอบซอส (280 บาท) ซี่โครงหมูอย่างดี เนื้ออย่างเยอะ เอาไปหมักซอสสูตรเด็ดของทางร้าน เอาไปอบจนได้เป็นซี่โครงหมูที่เปื่อยนุ่ม คลุกเคล้ากับซอสสูตรเด็ดที่ใครได้ชิมแล้วยากที่จะลืม

DSC_6460

หลังจากที่อิ่มข้าวแล้ว ที่นี่ก็ยังมีขนมเพื่อให้เป็นของหวานตบท้ายสำหรับมื้อที่แสนอร่อยในวันนี้ ซึ่งก็มี Honey Toast (170 บาท) ขนมปังทาเนยแบบชุ่มฉ่ำ นำไปอบในเตาจนได้ขนมปังที่กรอบนอกและฉ่ำเนยอยู่ด้านใน เสิร์ฟพร้อมกับไอศครีมสกู๊ปใหญ่ๆ วิปปิ้งครีมและผลไม้ตามฤดูกาล

DSC_6278

ของหวานอีกเมนูหนึ่งอย่าง บราวนี่เรซิ่น (170 บาท) บราวนี่ฟัดจ์ที่เหนียวหนึบได้รสชาติของช็อคโกแลตแบบเต็มๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับผลไม้เช่นสตรอเบอรี่ และมะม่วงทั้งหวานและฉ่ำ ตามด้วยไอศครีมและวิปปิ้งครีมเนื้อเนียน นุ่ม ละมุน เป็นเมนูที่สำหรับใครที่ชื่นชอบช็อคโกแลตแบบเต็มๆ ต้องไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

DSC_6404

หรือจะเป็นเครื่องดื่มอย่าง Mango Mania (120 บาท) กลิ่นของมะม่วงเด่นชัดเจน เนื้อสมูทตี้ที่ปั่นมาได้อย่างเนียนละเอียด ได้รสชาติหวาน หอม ของมะม่วงอย่างชัดเจน หรือจะเป็น Siam Sunrays (210 บาท) ที่ได้ทั้งกลิ่นของสมุนไพรไทยต่างๆ อย่างชัดเจน จุดเด่นของเครื่องดื่มแก้วนี้ก็คือ Malibu เครื่องดื่มที่โดดเด่นด้วยกลิ่นของมะพร้าว ทำให้ได้รสชาติและกลิ่นของความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน

10338736_10153707137076335_320124173671764947_n 12371217_10153707138361335_1300314548221040976_o

ได้สัมผัสทั้งบรรยากาศที่แสนจะพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นด้านในร้านที่ตกแต่งได้อย่างเรียบง่ายแต่ดูดี หรือจะเป็นด้านนอกที่อากาศตอนนี้กำลังเย็นสบาย นั่งทานข้าวหรือทานขนมและเครื่องดื่มเย็นๆ จิบแล้วดูวิวฝั่งตรงข้าม น้าอ้วนว่ามันเป็นอะไรที่ลงตัวเลยทีเดียว วิวแบบนี้คงหาที่ไหนไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ The Pagoda Bistro & Bar ในโรงแรม Maraya Hotel & Resort เชียงใหม่ นี่เอง

 

Comment Disclaimer