Sunday July 21, 2019

แซ่บและเด็ดคูณสอง เสิร์ฟไซส์เล็กเอาใจคนมาน้อย จัดหนักกับแจ่วฮ้อนน้ำข้นสูตรเด็ดไม่เหมือนใคร ที่ร้าน ลาบนัว เชียงใหม่

Written by | 26/01/2019
Filed in: ร้านอาหารไทย

ความแซ่บ ไม่เข้าใครออกใคร วันไหนอยากจะแซ่บก็ต้องได้แซ่บ แต่เชียงใหม่ก็ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีร้านส้มตำเยอะมาก สำหรับใครอยากแซ่บแบบอีสานแท้ ๆ น้าอ้วนก็อยากแนะนำร้าน ลาบนัว เชียงใหม่ ร้านส้มตำและอาหารอีสานแซ่บ ๆ สูตรเด็ดสั่งตรงจากอุดรธานี ซึ่งถ้าใครติดตามน้าอ้วนมาตลอด ก็จะรู้ว่าร้านนี้น้าอ้วนเคยมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่วันนี้น้าอ้วนมีเมนูเด็ดอยากมาแนะนำ บอกเลยว่าถ้าได้ชิมแล้วรับประกัน ติดใจแน่นอน

จากถนนซูเปอร์ไฮเวย์ เลี้ยวรถเข้ามาซอย โรงเรียนพาณิชยการลานนา หรือ LCC ขับตรงมาเรื่อย ๆ ประมาณ 400 เมตร จะเห็นป้ายร้านลาบนัวอยู่ด้านซ้าย เลี้ยวรถเข้าไปจอดเลยจ้า ที่จอดรถเขามีทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ รองรับได้มากมาย เดินเข้ามาเห็นโต๊ะสีชมพู เก้าอี้สีแดง นี่แหละร้านลาบนัวหละ

ถ้าใครที่เคยมาร้านลาบนัวแล้ว น้าอ้วนเชื่อว่าไม่มีใครที่ไม่ปลื้มกับรสชาติความแซ่บ และความฟินของร้านนี้ โดยเฉพาะเมนูยำ ที่เข้มข้นด้วยน้ำปลาร้าสูตรเด็ด และรสชาติที่ไม่เหมือนใคร แต่… หลายคนก็คงเจอปัญหาเดียวกันคือบางเมนูที่นี่เขาเสิร์ฟกันแบบถาดใหญ่ ๆ ทำให้บางครั้งใครที่มากันสองคน หรือคนเดียวอาจจะไม่กล้าสั่ง หรืออยากกินหลาย ๆ อย่างแต่มากันแบบจานใหญ่ ก็เลยทำให้เลือกเมนูได้น้อย วันนี้ทางร้านจึงปรับอาหารให้เป็นจานเล็กลง ให้เหมาะกับใครที่มากันไม่เยอะ มากันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ จะได้แซ่บกันแบบถึงอกถึงใจยิ่งขึ้น

ตำข้าวโพดกุ้งสุกปลากรอบ (100 บาท) ข้าวโพดต้มสุกหวานอร่อย คลุกเคล้ากับน้ำปลาร้าสูตรเด็ดที่ไม่มีใครเหมือน ปรุงรสให้แซ่บ ใส่กุ้งสุกเอาใจคนที่ไม่ชอบกินของดิบ ไข่เค็ม สุดท้ายโรยด้วยปลารอบรสชาติหวาน ๆ อร่อย ๆ เมนูอร่อย ๆ สำหรับคนที่ชอบข้าวโพด และไม่ชอบกินกุ้งดิบ ๆ

ตำปูปลาร้า (60 บาท) ถึงแม้จะหน้าตาธรรมดา แต่บอกเลยว่ารสชาติมันร้ายน่าดู มะละกอสับที่กรอบอร่อย คลุกเคล้ากับเครื่องส้มตำและน้ำปลาร้าสูตรเด็ด ปูเค็มที่เค็มได้ที่แต่ไม่คาวและไม่เหม็นสาบ เมนูอร่อย ๆ Basic แต่มันร้ายน่าดู

ยำหอยโข่งน้ำปลาร้าเล็ก (99 บาท) หอยโข่งตัวใหญ่ ๆ ลวกจนสุก เอามาคลุกเคล้ากับเครื่องต่าง ๆ เพิ่มความแซ่บ น้ำปลาร้าที่แทรกเข้าไปในเนื้อหอยโข่งที่เด้งและกรอบ เมนูสำหรับใครที่ชอบความท้าท้าย ต้องควักและแงะก่อนนะถึงจะได้กิน

กุ้งแช่น้ำปลาร้านเล็ก (169 บาท) ความฟินระดับ 10 กับกุ้งขาวตัวใหญ่ ๆ เต็มปากเต็มคำ คลุกเคล้ากับน้ำปลาร้าสูตรเด็ดของทางร้าน ชั่วโมงนี้กุ้งแช่น้ำปลาธรรมดา ๆ หลบไปก่อน

 

ยำซีฟู๊ดน้ำปลาร้าเล็ก (169 บาท) รักพี่เสียดายน้อง กุ้งก็อยากกิน หอยแครงก็อยากกิน ปูม้าก็อยากดูด โอ้ยยย ถ้าอยากกินแบบครบถ้วนจบกระบวนความแบบนั้นสั่ง ยำซีฟู๊ดน้ำปลาร้าเลย ทางร้านเขาจัดให้ ความฟินของกุ้งสด ผสานกับหอยแครงลวกฉ่ำ ๆ และปูม้าสด ๆ ดูดแล้วไม่มีกลิ่นคาว เนี่ยแหละถึงเรียกว่าความฟินระดับ 10 อีกจานหนึ่ง

ตำหมี่เหลืองเล็ก (79 บาท) มากับความแปลกใหม่ที่น้าอ้วนยังไม่เคยเจอ ปกติจะเจอแต่ตำขนมจีน หรือเส้นหมี่ แต่วันนี้เจอหมี่เหลือง รสชาติความฟินของน้ำปลาร้าเราไม่ต้องพูดมาก เพราะเขาเด็ดอยู่แล้ว พอเอามาคลุกกับเส้นหมี่เหลือง รู้สึกว่ารสชาติแปลกไปอีกแบบ ใส่ทั้งหมูยอเพิ่ม โรยหน้าด้วยแคบหมู เมนูแปลก ๆ ที่กินไป กินมาก็รู้สึกอิ่มกำลังดี

และอีกหนึ่งเมนูที่จะต้องขออวดว่าเป็น “แจ่วฮ้อนต้นตำรับอีสานแท้ เจ้าแรกของแจ่วฮ้อนน้ำข้น” ซึ่งตอนที่พนักงานเสิร์ฟมาบอกเลยว่าน้ำมันข้นสมชื่อจริง ๆ ตอนมาเสิร์ฟแรก ๆ ก็ไม่เท่าไรหรอกเพราะน้ำแจ่วฮ้อนมันยังเย็นอยู่ แต่พอตั้งไฟสักพักเท่านั้นแหละ กลิ่นของสมุนไพรต่าง ๆ มันระเหยออกมา กลิ่นนี่แบบว่าชวนให้น้ำลายสอมาก ๆ

น้ำซุปที่นี่จะมีอยู่ 2 แบบก็คือ แบบไม่ขม และแบบขม ซึ่งเขาจะใส่ดีขมลงไป แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะขมปรี๊ดจนคนที่ไม่เคยกินดีขมจะกินไม่ได้ มันจะขมแบบติดปลาย ๆ ลิ้น แต่ก็พอทำให้ได้รสชาติของมันนั่นแหละ

สนนราคาความอร่อยของแจ่วฮ้อนน้ำข้นที่ลาบนัว เริ่มต้นด้วยชุดหมู 199 บาท ซึ่งจะได้ชุดผักใหญ่และเนื้อหมูสไลซ์ พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด 2 สไตล์ ได้แก่น้ำจิ้มแจ่ว (ใส่ดีขมเล็กน้อย) และน้ำจิ้มสุกี้ หรือใครชอบกินเนื้อ ชุดเนื้อ 229 บาท ได้ทั้งเนื้อสไลซ์และชุดผักใหญ่ ก็มีให้เลือกสั่งกันตามอัธยาศัย

แต่ถ้ากินเนื้อในชุดแรกไปหมดแล้ว ก็สามารถสั่งเพิ่มได้นะจ๊ะ โดยถ้าเป็นเนื้อวัว เนื้อขายลาย, เนื้อสันนอก, เนื้อใบพาย, เนื้อสันคอ รวมไปถึงอาหารทะเลเช่น กุ้ง, หมึก, หอยนิวซีแลนด์ จะราคาถาดละ 39 บาท ส่วนเนื้อหมู 29 บาท และพวกไส้หวาน, ตับ, ผ้าขี้ริ้ว และเห็ดต่าง ๆ 19 บาทเท่านั้นเอง

ส่วนตัวแล้วน้าอ้วนชอบน้ำแจ่วฮ้อนแบบขม เพราะมันได้รสชาติความเป็นอีสานแท้ ๆ และที่สำคัญต้องแอบบอกเลยว่า นำ้จิ้มที่ทางร้านเตรียมมา แทบจะไม่ได้จิ้มเลย เพราะเมื่อเราลวกหมูสุกแล้ว รสชาติของน้ำแจ่วฮ้อนจะเคลือบอยู่บนชิ้นเนื้อ เมื่อเอาเข้าปากแล้วจะได้รสชาติของน้ำแจ่วฮ้อนแบบเต็มที่จริงๆ

สำหรับร้านนี้ไม่มีข้อกังขาในรสชาติใด ๆ เพราะถ้าใครเป็นคอส้มตำแล้ว เชื่อเลยว่าส่วนมากจะต้องยกนิ้วให้กับเมนูต่าง ๆ ของร้านนี้กันแน่นอน และสำหรับเมนูใหม่ที่น้าอ้วนเอามาแนะนำ แจ่วฮ้อนในเชียงใหม่มีไม่กี่ร้าน และต้องบอกว่ามีไม่กี่ร้านอีกเหมือนกันที่กินแล้วจะถูกปาก หนึ่งในร้านที่ถูกปากนั้นก็มีที่นี่แหละ ลาบนัว เชียงใหม่

แต่ถ้าใครไม่สะดวกเข้าในเมือง หรือพักอาศัยอยู่ย่านแม่โจ้ เขาก็มีร้าน ลาบนัวสาขาแม่โจ้ ทางไปก็ง่ายมาก ถนนเส้นข้าง ม.แม่โจ้ (ประตูบางเขน) หรือถนนเส้นไปสันทรายสายเก่า เลยแยกหลิ่งหมื่นมาประมาณ 150 เมตร ร้านจะอยู่ตรงข้าม สำนักงานไปรษณีย์ใหม่ เวลาเปิด 11.00 – 23.00 น. ไปไม่ถูกโทรถามเส้นทางหรือจองโต๊ะได้ที่ 064-3458877 หรือไลน์ larbnuacnx_maejo

ชื่อร้าน : ลาบนัว สาขาเชียงใหม่
ที่อยู่ : ถนนโพธาราม ซอย 4 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด GPS : 18.815699, 98.973231
สาขาเชียงใหม่ : 064-3432772 , https://www.facebook.com/ลาบนัวสาขาเชียงใหม่-141254469778330/
สาขาแม่โจ้ :
064-3458877 , https://www.facebook.com/ลาบนัวเชียงใหม่-แม่โจ้-1778692785529911/
เวลาเปิด-ปิด : 
11:00 น. ถึง 23:00 น.​ ทุกวัน
Wongnai Review : https://www.wongnai.com/restaurants/larbnua-chiangmai

Comment Disclaimer