Tuesday November 19, 2019

สวยงาม เงียบสงบ ร่มรื่น ใต้ร่มไม้และสถาปัตยกรรมในแบบไทยผสมผสาน อาหารฟิวชั่นในรสชาติแบบไทยแท้ ที่ Sireeampan Boutique Resort & Spa

Written by | 17/10/2019
Filed in: ร้านอาหารในโรงแรม, ร้านอาหารไทย

สิรีอำพัน บูทีค รีสอร์ท แอนด์ สปา ชื่อนี้ถ้าพูดขึ้นมาก็อาจจะมีหลาย ๆ ไม่ค่อยคุ้นหู แต่ถ้าครั้งใดที่ได้มาลองสัมผัส มาเยี่ยมเยือนสถานที่แห่งนี้หละก็ บอกได้เลยว่าจะต้องประทับใจแน่นอน สำหรับวันนี้น้าอ้วนจะขออาสาพามาเที่ยวรีสอร์ทแห่งนี้ แต่บอกเลยว่านี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้แวะมาเยือนเหมือนกัน ความรู้สึกตอนที่มาถึงมีทั้งแปลกใจ  ประหลาดใจ และประทับใจ ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรยังไงบ้าง …. ต้องมาติดตามดู

สิรีอำพันฯ ตั้งอยู่ย่านถนนเลียบคันคลองชลประทาน ขอเริ่มจากสี่แยกเชียงใหม่ภูคำ มุ่งหน้าไปทางศูนย์ประชุมฯ โดยใช้ถนนเลียบคันคลองชลประทาน ผ่านสี่แยกทางตัดของถนนช้างเคี่ยนอยู่เย็น ให้มุ่งหน้ามาอีกเล็กน้อย ก็จะเจอคอนโด นครพิงค์ซิตี้วิลล์ 1 เลยคอนโดมาเล็กน้อย จะมีซอยอยู่ด้านซ้ายมือ ซึ่งจะมีป้ายบอกทางเข้ารีสอร์ท เลี้ยวซ้ายเข้าไปจนสุดทาง ลานจอดรถของรีสอร์ทจะอยู่ด้านขวามือ

แปลกใจ – เพราะก่อนที่จะมาก็พยายามหาข้อมูลของรีสอร์ทแห่งนี้เป็นอย่างดี เห็นว่าเป็นรีสอร์ทที่สวยงาม แต่พอมาถึงแล้ว นำรถเข้าจอดแล้วก็แปลกใจว่าทำไมมีแต่ตึกเล็ก ๆ และมีเก้าอี้นั่งอยู่หน้าโรงแรม สักพักก็มีพี่ รปภ เข้ามาสอบถาม ก็จึงแจ้งไปว่ามาธุระที่โรงแรม ทาง รปภ ก็เลยเชิญนั่งรถกอล์ฟแล้วขับเข้าไปส่ง

ประหลาดใจ – เมื่อนั่งรถกอล์ฟไปแล้ว ประตูของโรงแรมมีหลายชั้นมาก รถก็ขับผ่านซุ้มต้นคริสติน่าที่สูงใหญ่เรียงตัวกันเหมือนซุ้มประตูเป็นระยะทางเกือบ 100 เมตรได้ และในที่สุดก็มาถึงด้านในของรีสอร์ท ซึ่งรีสอร์ทแห่งนี้ค่อนข้างให้ความสำคัญต่อความเป็นส่วนตัวของแขกผู้เข้าพัก คืออยู่ดี ๆ ใครจะเดินเข้ามาในรีสอร์ทเฉย ๆ แบบนี้ไม่ได้ ต้องมีธุระก่อนถึงจะสามารถเข้ามาได้ อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่าเป็นรีสอร์ทที่มีระบบรักษาความปลอดภัยเป็นเยี่ยม

สำหรับความสวยงามของรีสอร์ท เดี๋ยวเอาเป็นว่าน้าอ้วนจะพาไปชมในช่วงท้าย ๆ นะจ๊ะ

สำหรับตอนนี้ขอพามารู้จักกับห้องอาหารของรีสอร์ทก่อน เอมอำไพ ห้องอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่น ที่คงเอกลักษณ์รสชาติในแบบต้นตำหรับ ที่ห้อมล้อมด้วยบรรยากาศในสไตล์ไทยร่วมสมัย ร่มรื่น ใครอยากชิลล์ ๆ น้าอ้วนแนะนำนั่งด้านนอกได้ ช่วงนี้ก็ไม่ร้อนเท่าไร เพราะรีสอร์ทแห่งนี้ค่อนข้างร่มรื่นเลยทีเดียว

เริ่มเมนูแรก เมนูไทยโบราณที่หากินได้ค่อนข้างยาก แกงรัญจวนซี่โครงหมู (165 บาท) หรือต้มจิ๋วที่หลายคนอาจจะรู้จักอีกชื่อหนึ่ง ที่มาของแกงรัญจวนที่หลายคนได้เรียนรู้มามักจะบอกว่าเป็นแกงที่จะเอาน้ำพริกกะปิที่เหลือจากการกินจากมื้อก่อนหน้ามาทำเป็นแกง แต่ครั้นว่าถ้าจะให้เชฟเอาน้ำพริกกะปิที่เหลือค้างเก่ามาทำให้กินก็คงไม่ดี ที่นี่ก็เลยพิถีพิถันปรุงน้ำพริกขึ้นมาแบบสดใหม่ ใส่หมู ใส่สมุนไพรตุ๋นจนเปื่อย ปรุงรสให้ได้ 3 รส กลายเป็นแกงรัญจวนที่ส่งกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อมและเนื้อหมูนุ่มอร่อย

แกงคั่วเนื้อปูก้อน (310 บาท) น้ำแกงสีเหลืองนวล ส่งกลิ่นหอมของกะทิ เมื่อตักลงไปแล้วช้อนขึ้นมาก็จะได้ใบชะพลูที่เปื่อยนุ่ม ท็อปปิ้งด้วยเนื้อปูก้อนเต็มปากเต็มคำ ส่วนเรื่องของรสชาตินั้น ความเผ็ดเบา ๆ หวานนิด ๆ และหอมมันของกะทิมาเต็ม อบอวนอยู่ในปาก

น้ำพริกไข่ปู (195 บาท) เชื่อว่าเวลาที่หลายคนออกไปกินข้าวนอกบ้าน หนึ่งในเมนูที่ชอบสั่งรวมกันมาก็คือ “น้ำพริก” ถ้าได้ลองชิมน้ำพริกไข่ปูของที่นี่แล้วรับรองว่าจะต้องถวิลหา ถ้าพูดถึงความจัดจ้านอาจจะไม่ได้จัดมาก เพราะเชฟอยากทำให้รสชาติกลาง ๆ เพื่อที่ว่าทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะสามารถกินด้วยกันได้ แต่ความกลมกล่อมนั้นมาเต็ม พร้อมความมันของไข่ปูที่ผสมเข้ามารับประกันความอร่อย

ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ (175 บาท) สำหรับใครที่อยากชิลล์ ๆ ไม่อยากสั่งเป็นสำรับให้ยุ่งยาก เมนูอาหารจานเดียวง่าย ๆ อย่างก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่แค่นี้ก็อิ่มสบาย เส้นก๋วยเตี๋ยวเหนียวนุ่ม พร้อมทั้งเครื่องเคียงในแบบของคั่วไก่ที่ใส่มาอย่างเต็มที่ ปรุงรสด้วยพริก น้ำตาลและน้ำส้มซะหน่อย อร่อยถูกปากแน่นอน

ปูไต่กระทง (180 บาท) เมนูเรียกน้ำย่อยอร่อย ๆ ก่อนที่เมนูจากหลักจะมาเสิร์ฟ มันก็คือกระทงทองนั่นแหละ แต่ข้างในใส่เป็นเนื้อปูที่คลุกเคล้ากับเครื่องต่าง ๆ จนได้รสชาติกลมกล่อม เมื่อกินคู่กับกระทงทองที่กรอบ ๆ แล้วก็รู้สึกว่ามันเข้ากันดี

พล่ากุ้ง (360 บาท) ความจัดจ้านในแบบไทย ๆ เปรี้ยว เค็ม เผ็ด ได้กลิ่นของน้ำพริกเผาที่คลุกเคล้าและแทรกซึมอยู่ในเนื้อกุ้งตัวโต ๆ แน่น ๆ และสดมาก จนทำให้เมนูนี้เป็นขวัญใจของทีมงานน้าอ้วนอย่างเป็นเอกฉันท์

เนื้อสันนอกยำตะไคร้ (415 บาท) ได้ชิมรสชาติจัดจ้านในแบบอาหารทะเลไปแล้ว สายเนื้อก็คงไม่อยากพลาดความอร่อยของเนื้อสันนอกย่างไฟจนสุก ฉ่ำ ราดด้วยน้ำยำรสชาติครบรส จัดจ้านแบบฉบับที่ถูกปากคนไทย จานนี้ใครชอบเนื้อ ใครชอบจัด รับประกันฟินแน่นอน

สะเต๊ะไก่ (155 บาท) จะเรียกว่าเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยก็ไม่ใช่ จะว่าเป็นจานหลักก็ไม่เชิง ถึงจะเป็นอะไรแต่ถ้าได้ลองกินแล้วจะรู้เลยว่ามันโอเคมาก เนื้อไก่นุ่ม ๆ กลิ่นของผงกะหรี่ไม่แรงจนเกินไป เสิร์ฟพร้อมกับข้าวหมกและน้ำจิ้มสะเต๊ะที่รสชาติกำลังพอดี และอาจาดเปรี้ยวอมหวานสดชื่น

ในเมื่ออิ่มกับของหวานไปแล้ว เราก็ลองมาดูเมนูของหวานกันบ้างเนาะ หลายคนกินข้าวแล้วถ้าไม่ได้กินของหวาน มันรู้สึกว่ายังไม่อิ่มจริง (เหมือนน้าอ้วน ๕๕๕)

พานาคอนต้ามะม่วง (205 บาท) หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับรสที่เป็นนมสด หรือวนิลลา แต่ถ้าลองเปิดใจกับรสชาติมะม่วง หวาน ๆ เปรี้ยวนิด ๆ เด้งดึ๋ง เสิร์ฟพร้อมกับเนื้อมะม่วงแท้ ๆ จานนี้น้าอ้วนว่าน่าจะชอบเหมือนกัน

บัวลอยวิจิตร (205 บาท) บัวลอยสีสวย ตกแต่งด้วยการปิดทองคำเปลวไว้ด้านบน ดูหรูหรา (กินได้นะไม่เป็นอันตราย) ด้านในสอดไส้กระฉีกหวานมันอร่อย เสิร์ฟพร้อมกับไวท์ช็อคโกแลตบอล ด้านในแอบสอดไส้ขนมตุ๊บตั๊บ เป็นเมนูไทย ๆ ที่ดัดแปลงประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยจริง ๆ

ไอศกรีมโฮมเมด (80 บาท) วันนี้เอาไอศกรีมกะทิสด และกาแฟมาแนะนำกัน ไอศกรีมที่เน้นเอารสชาติของวัตถุดิบหลักออกมาให้เด่น อย่างกะทิก็หอมหวานมันมะพร้าวเต็ม ๆ หรือแม้แต่กาแฟก็อร่อยไม่แพ้กัน

ตามที่สัญญาไว้ ว่าเมื่อกินอิ่มแล้วจะพาทัวร์รอบ ๆ โรงแรมทั้งพื้นที่ส่วนกลาง ที่ใช้สำหรับพักผ่อน สระว่ายน้ำ บาร์ ร้านอาหาร และห้องพัก หวังว่าน่าจะถูกใจใครหลาย ๆ คน

ความประทับใจ – นี่ไง …​ สวยไหม? ถ้าใครว่าง ก็หาเวลาดี ๆ ชวนคนพิเศษมาพักสักคืน สองคืนสิจ๊ะ สำหรับใครที่อยากปลีกวิเวก อยากได้ความส่วนตัว ต้องการความเงียบสงบ น้าอ้วนว่า สิรีอำพัน บูทีค รีสอร์ท แอนด์ สปาแห่งนี้แหละ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่จะช่วยเติมเต็มได้

ชื่อร้าน : Sireeampan Boutique Resort & Spa
ที่อยู่ : 88/8 หมู่ที่ 1 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด GPS : 18.812273, 98.960437
ติดต่อ : 053 327777 , https://www.facebook.com/sireeampanchiangmai
เวลาเปิดปิด : 11:00 น. ถึง 22:00 น. ทุกวัน
Wongnai Review : https://www.wongnai.com/restaurants/445377XV-sireeampan-boutique-resort-spa

Comment Disclaimer