Tuesday November 19, 2019

สุขสันต์กับเมื้อเที่ยงวันอาทิตย์ บุฟเฟต์อิ่มไม่อั้น Lobster และอาหารทะเลแบบเต็มอิ่ม ในราคาไม่ถึงพันที่ FAVOLA, Le Meridien

Written by | 11/10/2019
Filed in: ร้านอาหารนานาชาติ, ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์, ร้านอาหารในโรงแรม

เกิดเป็นคนเชียงใหม่นี่ก็โชคดีนะ เพราะถือว่าเชียงใหม่เป็นเมืองที่ใหญ่และมีความเจริญไม่น้อยหน้ากรุงเทพเลย ดังนั้นก็จึงมีโรงแรม หรือร้านอาหารที่ต้องบอกว่าดี ๆ และมีเสน่ห์มากมาย ทำให้เราไม่เบื่อและถ้าอยากกินอะไรดี ๆ อลังการในบางครั้งก็ย่อมมีตัวเลือกได้อย่างหลากหลาย หลาย ๆ โรงแรมที่นี่มักจะมีมื้อเที่ยงวันอาทิตย์ที่เรียกว่า Sunday Brunch ให้บริการกันอยู่ประจำ อย่างวันนี้น้าอ้วนจะพามาสำรวจและมาลองชิม Sunday Brunch ของห้องอาหาร Favola ที่โรงแรม Le Méridien เชียงใหม่กัน บอกเลยว่ามื้อเที่ยงที่นี่อลังการ อร่อยไม่แพ้ที่อื่น ๆ เลยและที่สำคัญจ่ายได้ในราคาไม่ถึงพันบาท

ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 11.30 น. ถึง 15.30 น. (4 ชั่วโมงเต็ม ๆ) กับบุฟเฟ่ต์มื้อเที่ยงที่เรียกว่ากินกันแบบไม่อั้น สนนในราคาเพียง 1,200 บาท สุทธิต่อท่าน ซึ่งราคานี้รวมน้ำดื่ม ชาและกาแฟเรียบร้อยแล้ว แต่บุฟเฟ่ต์แบบนี้ถ้ามากินคนเดียว หรือสองคนก็คงเหงาแย่ วันอาทิตย์แบบนี้ น้าอ้วนว่าชวนครอบครัว หรือเพื่อนฝูงมากินด้วยกันพร้อมหน้า จะได้สนุก ๆ ซึ่งทางโรงแรมก็มีโปรโมชั่นด้วย ถ้ามา 4 ท่าน ก็จ่ายเพียง 3 ท่านเท่านั้น สนนราคาแล้วตกท่านละ 900 บาทเอง บอกเลยว่าคุ้มสุด ๆ บุฟเฟ่ต์โรงแรมหรู อลังการแบบนี้แต่จ่ายไม่ถึงพัน …. แต่มีเงื่อนไขนิดหนึ่งคือ ต้องจองล่วงหน้าและบอกโค้ด “Happy Sunday” นะจ๊ะ วอร์คอินเข้าไป จะไม่ได้ราคานี้นะ

เมื่อทราบเงื่อนไขต่าง ๆ กันแล้วเรามาเริ่มสำรวจไลน์บุฟเฟ่ต์กันเลยดีกว่า เมื่อเราเดินเข้ามาที่ห้องอาหาร Favola แห่งนี้ สิ่งแรกที่เราจะต้องพบคือ Seafood on Ice พระเอกตัวเด่นสำหรับไลน์นี้คงหนีไม่พ้น Lobster ที่มีให้ตักไม่อั้น หรือแม้กระทั่ง ปูม้าตัวโต ๆ เนื้อแน่น, หอยนางรม ฟิน เดอ แคลร์ นำเข้าจากฝรั่งเศส, หมึก แว่นใหญ่ ๆ สีขาวเนียน, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวโต ๆ อวบ ๆ, กุ้งแม่น้ำและกุ้งขาวตัวโต เนื้อแน่นและเด้ง พร้อมน้ำจิ้มหลากหลายสไตล์

หมุนตัวมองไปทางซ้าย ก็จะเจอกับมุมของสเต๊ก ทั้งเนื้อ Australian Rib Eye, และขาแกะอบโรสแมรี่ รวมไปถึงปลากะพงอบตัวโต ๆ ที่เราสามารถขอเชฟให้สไลซ์ให้เราได้ตามความต้องการ

หรือจะเป็นมุมของ Bread หลากหลายชนิด ทั้งแบบที่นุ่มอร่อยตามแบบฉบับที่คนไทยชอบ หรือจะเป็นกรอบ ๆ แข็ง ๆ ตามสไตล์อิตาเลียนแท้ ๆ หันหลังกลับมาก็จะเจอมุมของ Salad ที่มีผักหลากหลายสีเรียงรายพร้อมกับน้ำสลัดในแบบต่าง ๆ และ Cold Cut ซึ่งจะมีแฮมมากมายพร้อมให้หยิบไปทานได้ตามอัธยาศัย

ยังไม่หมด สำหรับใครที่ชอบเรื่องราวของ “ชีส” มุมของชีสจะอยู่บริเวณ Wine Cellar เมื่อเดินเข้าไปจะเห็นกับชีสหลากหลายชนิดมากมาย บางตัวก็เป็นตัวที่เราคุ้นเคย แต่บางตัวบอกเลยว่าน้าอ้วนก็เพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน อยากลองชิมตัวไหน ก็ตักกันไปได้ตามที่ใจต้องการ

เราเกือบลืมไลน์สุดท้ายที่สำคัญ เอาใจสายหวาน กับไลน์บุฟเฟ่ต์ขนมหวานที่อยู่บริเวณด้านหน้าของห้องอาหาร เพราะว่าอาหารเยอะมาก จนทำให้พื้นที่ไม่เพียงพอ และไลน์ของหวานนี้ใช้พื้นที่เยอะที่สุด!! หลากหลายความอร่อยที่น้าอ้วนลองนับแล้วมากกว่า 10 ชนิด รวมไปถึงไอศกรีมที่ทำจาก Liquid Nitrogen ที่ถ้าไม่ได้ลองแล้วบอกเลยว่าพลาด

เมื่อเดินเที่ยวชมจนทั่วแล้ว ก็เชื่อว่าคงได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาที่โต๊ะบ้างหละสิ … นอกจากไลน์อาหารต่าง ๆ ที่เราสามารถเดินไปตักเองได้แล้ว ที่นี่เขาก็ยังมีเมนู A La Carte ที่เราสามารถสั่งจากน้องพนักงานได้ เพราะเมนูเหล่านี้เชฟจะทำสด ๆ เสิร์ฟกันมาแบบร้อน ๆ ไม่ว่าจะเป็น สเต๊กเนื้อ (ริบอาย), สเต๊กไก่, สเต๊กหมู, ปลากะพง, ทูน่า, ไข่ลวก ฯลฯ

ยังไม่หมด แม้แต่พิซซ่าและพาสต้า ก็ยังมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะ โดยจะเวียนกลับมาทุก ๆ 5-10 นาที เรียกได้ว่าแทบจะไม่ขาดตอนเลย เวลากลับมาทีไรก็จะพาพาสต้า หรือพิซซ่าหน้าใหม่ ๆ มาแนะนำให้ทุกครั้ง และนี่ก็ไม่พลาดที่จะขอลอง เพราะอยากรู้ว่าแต่ละอย่างนั้นรสชาติจะเป็นอย่างไร

  

เมื่อถึงเวลา เราก็ Enjoy กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ยอมรับเลยว่ากินได้ไม่ครบ เพราะว่ามันมีเยอะมาก จนบางครั้งเวลาจะสั่งเมนู A La Carte ต้องขอร้องเชฟบอกว่า ขอแบบ Half Portion เพราะกลัวว่าจะกินไม่หมด แต่ใจมันอยากที่จะกิน ระหว่างมื้ออาหารนั้น ถ้าใครที่อยากดื่มด่ำกับเครื่องดื่มอย่างเต็มที่ อยากจับคู่เครื่องดื่มกับอาหารเพื่อให้มันเข้ากันยิ่งขึ้น ทางโรงแรมก็จะมี Drink Package ซึ่งจะเริ่มต้นที่ 200 บาทต่อท่าน จะสามารถสั่ง อิตาเลียนโซดา (Elder Flower ตัวนี้ขอแนะนำ) น้ำผลไม้ น้ำอัดลม น้ำดื่ม ชาและกาแฟ หรือใครอยากดื่มไวน์และเบียร์เพิ่ม ก็ซื้อแพคเกจในราคา 600 บาทได้ และสุดท้ายแพคเกจ 900 บาท ก็จะสามารถสั่งเป็น ค็อกเทล, โพรเซ็กโก้ เพิ่มได้ด้วย

ปิดท้ายความอร่อย ถ้ามาที่ Favola แล้วไม่ได้กิน ทีรามิสุ เป็นของหวานปิดท้าย ก็คงเหมือนมาไม่ถึง เมนูของหวานขึ้นชื่อ ถือว่าเป็น Signature ของที่นี่ก็ว่าได้ ทีรามิสุ ที่นี่เชฟจะเอามาแบบชามใหญ่ ๆ แล้วตักเสิร์ฟกันแบบสด ๆ ให้ลูกค้าแต่ละท่านที่โต๊ะด้วยตนเอง

เห็นแล้วว่าคุ้มค่าแค่ไหน บอกเลยว่าบุฟเฟ่ต์แบบนี้ตามโรงแรมใหญ่ ๆ ต้องมีเงินพันกว่าบาทถึงจะกินได้ แต่ถ้าใครมีเหล่าก๊วน มีเพื่อนฝูง มีญาติที่แบบว่า วันอาทิตย์ทั้งทีก็อาจจะไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกัน นั่งเม้าท์กัน เป็นหมู่คณะ น้าอ้วนแนะนำโปรโมชั่นของโรงแรมนี้เลย จาก 1,200 บาทต่อท่าน เมื่อมากัน 4 ท่าน ก็จ่ายแค่ 3 ท่านเท่านั้น สนนราคาแล้วตกท่านละ 900 บาทเอง ซึ่งราคานี้หาที่ไหนไม่ได้แล้วจริง ๆ แต่อย่าลืมต้องจองล่วงหน้า พร้อมโค้ดลับ “Happy Sunday” ก่อนนะจ๊ะ

 

ชื่อร้าน : FAVOLA – Le Méridien Chiang Mai
ที่อยู่ : 108 ถนนช้างคลาน ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด GPS : 18.784244, 98.999709
ติดต่อ : 053 253229 , www.facebook.com/favolachiangmai
เวลาเปิดปิด : ทุกวันอาทิตย์ 11:30 น. ถึง 15:30 น.
Wongnai Review : http://www.wongnai.com/restaurants/98384lb-favola-le-meridien-เชียงใหม่

Comment Disclaimer