Friday July 03, 2020

อิ่มท้องไปกับอาหารเหนือรสชาติคุ้นเคย อิ่มตาและใจไปกับธรรมชาติที่ร่มรื่นในสวนสวยที่ร้าน กำเบ้อ (Gramber Cafe)

Written by | 04/03/2020
Filed in: ร้านอาหารเหนือ

ร้านที่บรรยากาศดี ก็ย่อมส่งผลทำให้มาเยือนแล้วมีความสุข กินอาหารอร่อย ความสุขของใครหลาย ๆ คนก็ย่อมที่จะไม่เหมือนกัน บางคนไปร้านที่มีการตกแต่งที่ทันสมัยก็มีความสุข บางคนชอบแนวลอฟท์ ดิบ ๆ ด้าน ๆ ก็มีความสุข แต่บางคนเมื่อได้เห็นต้นไม้ ดอกไม้ น้ำพุ น้ำตกแล้วก็มีความสุข ดังนั้นเรามาแบ่งปันความสุขกันกับร้านที่อุดมไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ เขียวขจีไปทั่วร้าน ชื่อร้านน่ารัก ๆ อย่าง กำเบ้อ (Gramber Cafe & Restaurant)

ร้านกำเบ้อ หรือใครอาจจะออกจริตหน่อยก็ออกเสียง แกรมเบ้อร์ ตามตัวสะกดภาษาอังกฤษ ร้านนี้ตั้งอยู่ย่านสันผีเสื้อ สามารถเข้ามาได้ 2 ทางก็คือ ถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี และถนนเชียงใหม่-พร้าว

โดยเส้นทางแรกถ้ามาจากศูนย์ราชการ มุ่งหน้ามาทางสี่แยกรวมโชค เมื่อผ่านโรงแรม B2 แล้ว ก็ให้มองซ้ายมือ จะมีร้านที่ชื่อว่า Big Art ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยไป ขับไปเรื่อย ๆ เจอสามแยกให้เลี้ยวขวา ขับไปอีกสักพัก ร้านกำเบ้อ จะอยู่ด้านขวามือ

หรือถ้าใครมาจากทางถนนเชียงใหม่ – พร้าว มุ่งหน้าไปทางสี่แยกลิขิตชีวัน ก่อนถึงสี่แยกจะมีซอยอยู่ด้านซ้ายมือ เป็นทางเข้าหมู่บ้าน “ธนาพร ปาร์คโฮม” ขับไปตามทางเรื่อย ๆ ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ร้านจะอยู่บริเวณด้านซ้ายมือ

ด้วยความที่สงสัยว่า ทำไมร้านนี้ต้องตั้งชื่อว่า “กำเบ้อ” ด้วย? ก็เลยถามไป ซึ่งคำตอบที่ได้มานั้นมันไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย เพราะร้านนี้เป็นร้านอาหารเหนือ ดังนั้นจึงหาชื่ออะไรที่เป็นเหนือ ๆ อีกทั้งที่ตั้งของร้านก็อยู่ในเขตของตำบลสันผีเสื้อ ดังนั้นคำว่า “กำเบ้อ” น่าจะดีที่สุด เพราะแปลว่าผีเสื้อ อีกทั้ง GRAMBER เมื่อปรึกษาซินแสแล้ว ถือว่าเป็นชื่อและลงตัวที่ดีเลย

บอกเลยว่าเมื่อลงรถมาแล้ว แค่เห็นหน้าร้านก็จะรู้สึกอลังการแล้ว พอได้เดินเข้ามาก็จะยิ่งเจอต้นไม้ใบหญ้าที่ปลูกเรียงราย สลับกันมาก ทางร้านบอกว่ากว่าที่จะเปิดให้บริการ ต้องรอให้ต้นไม้ต่าง ๆ เติบโตให้เต็มที่ก่อน รวมระยะเวลาแล้วเกือบ ๆ 2 ปี กว่าจะได้มาเป็นกำเบ้อที่ทุกคนสามารถมาเยี่ยมชมได้

เดินตรงไปก็เจอเป็นบริเวณส่วนของในร้าน ซึ่งจะเป็นห้องใหญ่ ๆ ที่ไม่แออัดเลย การจัดเรียงโต๊ะและเก้าอี้ เรียงกันแบบโล่ง ๆ ไม่เน้นปริมาณ ซึ่งมองดูแล้วมันสบายใจ เป็นส่วนตัว แต่ถ้าใครต้องการความร่มรื่น สวนด้านนอกก็พร้อมให้บริการ มีโต๊ะตามจุดต่าง ๆ พร้อมทั้งพ่นไอหมอกเย็น ๆ ไม่ต้องกลัวร้อนกันทีเดียว

ด้านข้างก็จะมี Green House ที่เปิดแอร์เย็น ๆ มองเห็นธรรมชาติได้อย่างชัดเจน ถ้าวันไหนแดดจัด ๆ เขาก็มีม่านสีขาว บาง ๆ เอาไว้กรองแสงเพื่อที่จะได้มีแสงเข้ามาในห้องแบบพอดี ๆ แสงขนาดนั้นทำให้ภายในห้องดูสว่าง และถ้าใครชอบถ่ายรูปห้องนี้แสงกำลังดีเลยแหละ

ที่สำคัญอยากบอกว่า ร้านเปิดถึง 4 ทุ่ม แสงไฟในตอนกลางคืนก็สวยไม่แพ้ตอนกลางวันเลย นั่งกินข้าวมื้อเย็นสบาย ๆ อากาศก็กำลังดี หรือจะนั่งยาว ๆ สั่งเครื่องดื่มเย็น ๆ มาจิบตอนหัวค่ำ หรือเลยไปจนถึงร้านปิด นั่งพูดคุย สังสรรค์กับเพื่อนฝูง ฟังเพลง เชื่อว่าที่นี่เป็นหนึ่งร้านที่บรรยากาศดีเลยแหละ

คุยไปซะยาวเหยียด คงเริ่มหิวกันแล้วหละสิ … มาร้านอาหารเหนือ ก็เริ่มกันด้วยเมนูสุดฮิต Appetizer ตามแบบเมืองเหนืออย่าง ออเดิร์ฟเมือง (199 บาท) ชุดตะกร้าเล็ก ๆ ที่เสิร์ฟเมนูกินเล่นเรียกน้ำย่อยในแบบของเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นไส้อั่ว แคบหมู แหนมหม้อ หมูยอ ไข่ต้ม ผักลวก และน้ำพริก 2 สไตล์อย่างน้ำพริกหนุ่มและน้ำพริกอ่อง

แกงฮังเล (99 บาท) แกงประจำชาติเมืองเหนือ หมูสามชั้นที่เอาไปเคี่ยวกับเครื่องแกงฮังเล ได้กลิ่นหอมเครื่องแกงกำลังดี รสชาติหวานนำ เค็มตามนิด ๆ เนื้อหมูสามชั้นเปื่อยนุ่ม ทั้งส่วนที่เป็นหนังหมู มันหมู หรือเนื้อหมูเวลาที่กินเข้าไปด้วยกันแล้วมันชุ่มฉ่ำอยู่เต็มปาก

ยำหมูยอ (89 บาท) ก่อนอื่นต้องเอ่ยชมหมูยอที่นี่ว่ามันอร่อยมาก เนื้อแน่น มีความฉ่ำ เวลาที่เข้าปากแล้วรู้สึกว่าเคี้ยวสนุกปาก เมื่อหั่นเป็นแว่นแล้ว เอามาคลุกเคล้ากับเครื่องยำก็ได้รสชาติจัดจ้าน ครบรสกำลังดี

ข้าวซอยหมู (79 บาท) ข้าวซอยเส้นสดใหม่ คลุกเคล้าอยู่ในน้ำซุปข้าวซอยกลิ่นหอมเครื่องแกงอ่อน ๆ เมื่อชิมแล้วรสชาติกำลังดีไม่จัดไปทางใดทางหนึ่ง เนื้อหมูตุ๋นที่เสิร์ฟมา นุ่มกำลังดี (คิดในใจว่าถ้าเป็นเนื้อตุ๋นคงฟินไปอีกแบบ) และข้าวซอยกรอบที่ท็อปอยู่ด้านบนก็ช่วยเสริมความอร่อยอีกทางหนึ่ง

ตำผลไม้กุ้งสด (129 บาท) เมนูที่เพิ่มความสดชื่น ด้วยผลไม้ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นฝรั่ง แอปเปิลแดง แอปเปิลเขียว มะเขือเทศ ฯลฯ คลุกเคล้ากันมาในรสชาติ เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด มากันครบรส เสริมด้วยพระเอกหน้าตาดูดีอย่างกุ้งลวกแบบสะดุ้งนิด ๆ ยังคงความสดและเด้ง เวลากันลงไปแล้วจะรู้สึกถึงความกรอบอร่อย

ตำมะเขือ ไข่ต้ม (79 บาท) มะเขือยาวที่เอาไปเผาไฟก่อน แล้วค่อยมาลอกเปลือกแล้วตำกับเครื่องต่าง ๆ ก็จะได้เนื้อมะเขือยาวที่มีกลิ่นสโมค หอมกรุ่น ปรุงรสชาติให้จัดจ้านเล็กน้อย เสิร์ฟพร้อมไข่ต้ม เมนูนี้บอกเลยว่าต้องกินคู่กับข้าวเหนียวอย่างเดียวเท่านั้น!

หมูยอนึ่ง (65 บาท) เมื่อกี้ได้ชิมหมูยอแบบยำไปแล้ว จานนี้เรามาชิมหมูยอกันแบบเดี่ยว ๆ ไม่ต้องมีรสชาติใด ๆ มาผสม อย่างที่บอกไปคือเนื้อสัมผัสและรสชาติที่ได้ลองชิมมันทำให้รู้สึกถึงความอร่อย แต่เมื่อเพิ่มความจัดจ้านด้วยน้ำจิ้มสามรสแต้มซะหน่อย ก็จะได้ความอร่อยไปอีกแบบ

สปาเก็ตตี้ไส้อั่ว (119 บาท) เมนูฟิวชั่นที่ต้องเรียกว่ามีอยู่ทุกร้านของอาหารเหนือ และต้องยอมรับว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูขายดี สปาเก็ตตี้ที่ต้องบอกว่ากินแค่เส้นก็อร่อย เพราะรสชาติของซอสมันเคลือบอยู่ที่เส้น เส้นสามสีที่ตักขึ้นมาแล้วจะทำให้รู้สึกแปลกตา ไส้อั่วที่รสชาติกำลังดี ไม่มีมันหมูจนเกินไป และไม่มีสมุนไพรเยอะเว่อร์

ข้าวคลุกกะปิหมูหวาน (119 บาท) หลาย ๆ คนที่รู้จักน้าอ้วน จะรู้ว่าเป็นคนที่ไม่ชอบกินอะไรที่มีกลิ่นแรง ๆ อย่างเช่นกะปิเป็นต้น พอเมนูนี้เสิร์ฟเข้ามา ส่วนตัวก็เพ่งเล็งละว่ามันจะรสชาติเป็นอย่างไร คำแรกพยายามใช้ช้อนตักเล็ก ๆ ๕๕๕ เพื่อชิมรสชาติของข้าว ปรากฎว่าข้าวคลุกกะปิจานนี้กลิ่นไม่แรง ถ้าใครที่เป็นคนไม่ชอบกลิ่นของกะปิอย่างน้าอ้วนก็คงแฮปปี้กับเมนูจานนี้ รสชาติจะออกไปแนวหอมมันมากกว่า พร้อมเครื่องเคียงต่าง ๆ อย่างหมูหวานก็นุ่มกำลังดี อร่อย

น้ำผึ้งมะนาว (75 บาท) ถ้าวันไหนร้อน ๆ เครื่องดื่มเย็น ๆ เปรี้ยว ๆ นี่แหละคือสิ่งที่จะช่วยให้คลายร้อนได้ปริดทิ้ง น้ำมะนาวเย็น ๆ ใส่แก้วมา เสิร์ฟพร้อมกับน้ำผึ้ง ที่ลูกค้าสามารถเติมเองได้ตามต้องการ ชอบหวานมากก็ใส่ให้หมด หรือใครชอบหวานเบา ๆ ใส่นิดเดียวก็สดชื่นแล้ว

ชาไทยเย็น (75 บาท) กลิ่นหอม ๆ ของชาแดงสีสวย ถูกเจือจางให้สีเข้มขึ้นด้วยนมสด ความหวานมัน สดชื่นในแบบไทยประยุกต์ที่หลายคนติดใจ

ลาเต้เย็น (65 บาท) ช่วงบ่าย ๆ แบบนี้จะมีอะไรดีไปกว่าการได้จิบกาแฟเย็น ๆ และลาเต้ก็เป็นกาแฟที่หลายคนชื่นชอบ ด้วยความเข้มของเอสเปรสโซ่ช็อต ผสานความหอมและมันของนม จึงกลายเป็นเครื่องดื่มที่รสชาติกลาง ๆ ดื่มได้ง่ายและอร่อย

สถานที่แห่งนี้น่าจะเป็นที่ที่ถูกใจสำหรับใครที่ชอบถ่ายรูป หลายมุมที่สามารถถ่ายภาพออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติและมีชีวิตชีวา ความเขียวขจี ความชุ่มฉ่ำและความเป็นธรรมชาติที่อัดแน่นอยู่ที่นี่ มาจากความใส่ใจของเจ้าของร้าน อย่างที่บอกคือทางร้านรอให้ต้นไม้ ดอกไม้ต่าง ๆ โตเต็มที่แล้วถึงเปิดให้บริการ ไม่ใช่เพิ่งเอาต้นไม้มาลง แล้วก็เปิดให้เข้าชม ซึ่งมันทำให้ความอิ่มใจมันไม่เต็มที่ อีกทั้งเรื่องของอาหาร รสชาตินั้นอร่อย และราคาไม่ได้สูงเลย จะแวะมากินข้าว หรือมากินขนม พร้อมเครื่องดื่มเย็น ๆ นั่งเล่นเพลิน ๆ ในสวนที่นี่ก็ไม่เลวนะ

 

ร้าน : กำเบ้อ – GRAMBER CAFE & RESTAURANT
ที่อยู่ : 129/99 หมู่ที่ 5 ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด GPS : 18.844398, 99.004365
ติดต่อ : 086-6161554 , https://www.facebook.com/gramberchiangmai , IG: gramber.cafe , LINE: @gramber.cafe
เวลาเปิด-ปิด: 10:00 น. ถึง 22.00 น. หยุดทุกวันพุธ
Wongnai Review : https://www.wongnai.com/restaurants/495114mo-กำเบ้อ-cafe-restaurant

Comment Disclaimer