Thursday June 29, 2017

อาหารระดับโรงแรม 5 ดาวเสิร์ฟในโรงแรมบูทิคสไตล์หรู ติดริมน้ำปิง แต่ราคาที่ทุกคนเอื้อมถึง The Vorra Bistro

Written by | 15/06/2016
Filed in: ร้านอาหารนานาชาติ, ร้านอาหารในโรงแรม, ร้านอาหารไทย

รีวิวใหม่จากน้าอ้วน วันนี้น้าอ้วนมีโอกาสได้แวะเวียนไปเที่ยวโรงแรมที่สวยหรูของเชียงใหม่แห่งหนึ่ง บอกเลยว่าเป็นโรงแรมที่ใครได้เข้ามาแล้วจะต้องรู้สึกทึ่งในความสวยงามของการออกแบบและตกแต่ง และอีกทั้งโรงแรมนี้ยังได้รางวัลระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค อย่าง Asia Pacific Property Award 2015-2016 , Southeast Asia Property Award 2014 และในระดับประเทศอย่าง Thailand Property Award 2014 ก็ได้รับรางวัลมาแล้ว จะเห็นได้ว่าที่นี่รางวัลการันตีเพียบ ถ้าอยากว่าเป็นโรงแรมไหน ต้องรีบติดตามมาด่วนจ้า

โรงแรมที่น้าอ้วนพูดถึงก็คือ The Chiang Mai Riverside โรงแรมที่ตั้งอยู่ริมน้ำปิง ฝั่งป่าแดด เส้นทางมาโรงแรมก็ง่ายมาก เริ่มสะพานข้ามน้ำปิงตำรวจภูธรภาค 5 ให้ขับเลียบน้ำปิงมาทางป่าแดดนะจ๊ะ จากสะพานฯ ก็ขับมาประมาณ 2.5 กิโลเมตร มองด้านซ้ายมือก็จะเห็นโรงแรมและลานจอดรถกว้างๆ ตั้งอยู่

DSC_2841DSC_2843DSC_2844 DSC_2850

ถ้าใครขับรถผ่านแล้วหันมามองตัวโรงแรม ก็อาจจะเห็นว่าไม่เห็นมีอะไรโดดเด่นเลย รู้สึกเฉยๆ มากเป็นเพียงตึกสูงๆ ตั้งอยู่เท่านั้น แต่ถ้าได้จอดรถ แล้วเดินเข้ามาบริเวณโรงแรมจะต้องเปลี่ยนใจทันที เพราะว่าความสวยงามเขาแอบซ่อนไว้ข้างใน ซึ่งด้านในโรงแรมจะเป็นยังไง เดี๋ยวช่วงท้ายน้าอ้วนจะพาไปเยี่ยมชมให้ทั่วโรงแรมนะจ๊ะ แต่ตอนนี้เรามาแวะหาอะไรกินกันก่อน ที่ห้องอาหารประจำโรงแรม ที่ชื่อว่า The Vorra Bistro นั่นเอง

ที่ The Vorra Bistro นั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนก็คือบริเวณด้านนอกที่เป็นลักษณะ Open Air วันที่น้าอ้วนไปเป็นวันที่ฝนตกในช่วงเช้า และหยุดตกในช่วงบ่าย จึงทำให้อากาศบริเวณด้านนอกเย็นสบาย และมีลมพัดเย็น แต่ถ้าใครอยากได้ห้องแอร์เย็นๆ ก็เชิญบริเวณด้านในได้ ห้องแอร์เย็นสบาย สไตล์การตกแต่งเน้นโทนสีขาวเป็นหลัก สะอาดตาและดูหรูหรา

DSC_2562 DSC_2564 DSC_2568 DSC_2574

ต้องพูดถึงคอนเซ็ปของอาหารที่นี่ก่อน เพราะได้พูดคุยกับทางเจ้าของโรงแรมมาแล้ว ก็รู้สึกว่าน่าสนใจดี ถึงแม้ว่าที่นี่จะเป็นห้องอาหารของโรงแรม แต่ทางเจ้าของก็ไม่อยากให้ลูกค้าคิดว่ามันเป็นอาหารที่แพง หรือต้องหรูหรา (เพราะโรงแรมนี้เท่าที่น้าอ้วนดูด้วยสายตา ก็ระดับ 5 ดาวเลยแหละ) ที่นี่จะไม่เน้นแต่งจานให้ดูอลังการเว่อร์วัง แต่ให้มีกลิ่นอายของความเป็น Homemade และสิ่งที่เน้นคือคุณภาพและความสด สะอาดของวัตถุดิบ เชฟที่นี่ก็ผ่านงานจากโรงแรมระดับ 5 ดาวทั้งหมด (เห็นว่ามีเชฟถึง 6 คนด้วยกัน) ดังนั้นรสชาติบอกเลยว่าใช้ได้แน่นอน

Chiang Mai Bistro (a la carte + set menu + drink menu) IV Edit-01

คลิกที่ภาพ เพื่อดูภาพขนาดเต็ม

Chiang Mai Bistro (a la carte + set menu + drink menu) IV Edit-02

คลิกที่ภาพ เพื่อดูภาพขนาดเต็ม

Chiang Mai Bistro (a la carte + set menu + drink menu) IV Edit-03

คลิกที่ภาพ เพื่อดูภาพขนาดเต็ม

Chiang Mai Bistro (a la carte + set menu + drink menu) IV Edit-04

คลิกที่ภาพ เพื่อดูภาพขนาดเต็ม

Chiang Mai Bistro (a la carte + set menu + drink menu) IV Edit-06

คลิกที่ภาพ เพื่อดูภาพขนาดเต็ม

Chiang Mai Bistro (a la carte + set menu + drink menu) IV Edit-05

คลิกที่ภาพ เพื่อดูภาพขนาดเต็ม

 

Rimping Rocket Salad (190 บาท) สลัดผักสด ที่เอาผักสดนานาชนิดจากโครงการหลวงและแน่นอนผักร้อคเก็ตที่มีกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัวมาผสมด้วยกัน ด้วยความสดและกรอบของผักจึงทำให้เวลากินได้รับความสดชื่น เมนูสลัดนอกจากความสดของผักแล้วอีกอย่างที่จะขาดไม่ได้คือน้ำสลัด น้ำสลัดสูตรเฉพาะของเจ้าของที่เอาบัลซามิกไปเคี่ยวผสมกับผลไม้อบแห้ง เช่น องุ่น สตรอเบอรี่ อินทผาลัม ทิ้งไว้ 1 คืน ทำให้ได้น้ำสลัดที่มีกลิ่นหอมของบัลซามิก และรสชาติเปรี้ยวอมหวานที่ได้จากผลไม้อบแห้ง รวมถึงความหนืด และโรยทับด้วยวอลนัท กับพาเมซานชีส บอกเลยว่าถึงแม้จะแลดูเป็นเมนูสลัดธรรมดาๆ แต่รสชาติต้องยกนิ้วให้จริงๆ

DSC_2611

Famous Champignon Dip (190 บาท) เมนูเรียกน้ำย่อย สั่งมากินตอนที่เมนูหลักจะมาก็โอเคนะ ขนมปังอบกรอบที่เสิร์ฟกันมาเป็นแผ่นเล็กๆ เสิร์ฟคู่กับดิปที่ทำจากเห็ดแชมปิญองสับ แล้วราดเพิ่มด้วยน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล หอมมากมาก (ใส่น้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล ด้วยราคานี้ได้ น้าอ้วนว่าสุดยอด) รสชาติกลมกล่อม เนื้อเห็ดเต็มๆ เวลากินก็เอาดิปเห็ดแชมปิญองท๊อปปิ้งบนแผ่นขนมปังกิน เรียกได้ว่าเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยที่ชิ้นเดียวคงไม่พอ

DSC_2603 DSC_2682

Sophisticated Wrap (220 บาท) อย่าเพิ่งกลัวว่าจะเป็นเมนูที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนอะไรตามชื่อเมนู แต่ในความเป็นจริงแล้วเมนูนี้แสนจะง่ายมาก แต่ที่ตั้งชื่อว่า Sophisticated อาจจะเป็นเพราะเครื่องเคียงที่เสิร์ฟมามันเยอะมาก ๕๕๕๕ ผักนานาชนิด เหมาะสำหรับคนที่รักสุขภาพ นอกจากผักแล้วเซ็ทนี้ก็จะมีแป้งปอเปี๊ยะแบบเวียตนาม (เหมือนแป้งปอเปี๊ยะที่กินกับแหนมเนือง) เสิร์ฟพร้อมหมูบดทรงเครื่อง รสชาติกลมกล่อม และน้ำจิ้มสามรสที่แซ่บเอาใจคนชอบจัดจ้าน เวลากินก็เอาแป้งปอเปี๊ยะไปแช่น้ำให้นิ่ม ใส่ผักตามที่ต้องการ ใส่หมูบด และราดด้วยน้ำจิ้มลงไป ห่อให้เป็นชิ้นพอคำ แล้วเอาเข้าปากทันที ….. รสชาติเป็นยังไงอธิบายไม่ถูก ต้องมาลองชิมเอง แล้วจะติดใจ

DSC_2700 DSC_2708

Larb Salmon (230 บาท) เมนูนี้คงเป็นอะไรที่คนไทยคุ้นเคย ๕๕๕ ใครชอบรสจัดจ้านอันนี้ต้องขอบอกด้วยความชอบส่วนตัวเลยว่าต้องสั่ง ปลาแซลมอลที่เอาไปย่างจนสุกกำลังดี คลุกเคล้ากับเครื่องยำสไตล์ลาบแบบอีสาน จะจนได้เป็นเมนูที่แซ่บจัดจ้าน และอร่อยด้วยรสชาติของเนื้อปลาที่สดใหม่ จะกินเป็นกับข้าวหรือกับแกล้มก็อร่อยนะจ๊ะ

DSC_2681 DSC_2654

Tom Yum Goong (250 บาท) ต้มยำกุ้ง เมนูสุดฮิตสำหรับฝรั่งที่มาเที่ยวเมืองไทย ใครมาก็ต้องสั่ง แต่คนไทยก็สั่งได้นะจ๊ะ เพราะเชื่อว่าเป็นเมนูสุดโปรดของใครหลายๆ คน กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ๆ แหวกว่ายอยู่ในน้ำซุปต้มยำกุ้งที่เข้มข้น จัดจ้าน (เบาๆ) แต่ถ้าใครอยากได้จัดจ้านขึ้นไปอีกแจ้งทางห้องครัวเป็นพิเศษได้เลย

DSC_2632 DSC_2634

Rolled Green Chicken Curry Fried Rice (190 บาท) แปลเป็นไทยได้ว่าข้าวผัดแกงเขียวหวานม้วน เมนูสไตล์ไทยแต่ตกแต่งหน้าตาเป็นแนวญี่ปุ่น ข้าวผัดแกงเขียวหวานไก่เครื่องแกงเข้มข้น จนได้เป็นข้าวผัดที่รสชาติกลมกล่อม ห่อด้วยสาหร่ายญี่ปุ่นทำเป็นแบบ Sushi Roll เสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียงหลากหลายมาก แครอท ถั่วฝักยาว กุ้งแห้ง ไข่เค็ม พริกแห้งทอด และราดซ้ำด้วยน้ำแกงเขียวหวานเพิ่มอีกรอบเพื่อความเข้มข้นสุดยอด

DSC_2614 DSC_2618

Pestoloppi (250 บาท) เมนูชื่อแปลก ถามเจ้าของร้านบอกว่ามาจากซอสเพสโต้ บวกกับท็อปปิ้งเป็นสแกลลอปหรือหอยเชลล์นั่นเอง ก็เลยตั้งชื่อเก๋ๆว่า Pestoloppi จานนี้ใช้เส้นเพนเน่ที่ลวกสุกตามสไตล์ Al Dente (คือลวกไม่สุกเกินแบบไทย แต่จะมีความแข็งและเหนียวอยู่ตามสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ) เอามาผัดกับซอสเพสโต้ (ที่นี่ใช้ซอสโหระพาปั่นกับถั่ววอลนัท) ที่ทำสดๆบอกเลยว่ากลิ่นและรสชาติเข้มข้นมาก และไฮไลท์ที่ใครหลายๆ คนคงถูกใจคือหอยเชลล์ตัวใหญ่ๆ เสิร์ฟกันมาเลย 2 ฝา อิ่มเอมกับเมนูทั้งรสชาติของเส้นเพนเน่ที่เข้มข้นและหอยเชลล์ตัวใหญ่ๆ สดและแน่นมาก

DSC_2713

Khan Tok (ขันโตก 490 บาท) แขกบ้านแขกเมืองมา ก็ต้องต้อนรับด้วยอาหารพื้นบ้านเมืองเหนือ ขันโตกเซ็ทนี้ถือว่าเป็นตัวแทนของอาหารเหนือได้อย่างครบถ้วน น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง แคบหมู หมูยอทอด แหนมทอด ลาบหมู แกงฮังเล และข้าวเหนียวห่อใบตอง พร้อมกับผักสดออร์แกนิค รสชาติตามแบบฉบับออริจินอลเมืองเหนือจริงๆ

DSC_2749 DSC_2755

ปิดท้ายเมนูของหวานยอดฮิตในช่วงฤดูนี้ Khao Niew Mamuang (ข้าวเหนียวมะม่วง 190 บาท) ข้าวเหนียวมูนที่เอาไปหุงกับกะทิ จนได้ข้าวเหนียวที่ไม่เหนียวเกินไปและหอมหวานกลิ่นกะทิ เสิร์ฟพร้อมกับมะม่วงน้ำดอกไม้ที่สุกงอม หวานหอมกำลังดี หั่นเป็นชิ้นพอคำ และอย่าลืมราดน้ำกะทิที่หอมกลิ่นควันเทียน ถือเป็นเมนูปิดท้ายความอร่อยที่ลงตัวเป็นอย่างดี

DSC_2767

เห็นรีวิวร้านอาหารกับเรียบร้อยแล้วใช่ไหมจ๊ะ อิ่มข้าวกันแล้วน้าอ้วนจะพามาท่องทั่วโรงแรมนะจ๊ะ ต้องบอกก่อนว่าโรงแรมแห่งนี้เป็นระดับ Luxury Boutique Hotel ดังนั้นความอลังการเว่อร์วัง และความสวยงามที่นี่พร้อมมาก อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส และที่สำคัญห้องพักทุกห้องของที่นี่ เป็นสไตล์ Suite (คือแบ่งห้องนอนออกจากห้องนั่งเล่น) เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเนี้ยบมาก และมีห้องครัวจริงๆที่ใช้ผลิตภัณฑ์ระดับโลกอย่าง Franke ด้วย เรียกได้ว่าครบองค์ประกอบจริงๆ

DSC_2837 DSC_2836

ห้องพักที่น้าอ้วนจะพามาชมวันนี้คือห้อง VORRA-THITA (ห้องพักที่นี่จะขึ้นต้นชื่อด้วยคำว่า Vorra หรือ วร- ทุกห้อง) เป็นห้องพักแบบ Suite ที่มี 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ และห้องพักผ่อน และครัวเล็กๆ จะสวยงามแค่ไหนลองมาดูกันดีกว่า

ปอลอ โทรทัศน์ (Smart TV) ห้องนี้มีทั้งหมด 3 เครื่อง (ห้องนอน ห้องละ 1 เครื่องและห้องนั่งเล่นอีก 1 เครื่อง ซึ่งเชื่อมต่อกับ Apple TV ด้วย) เตียงนอนใช้ของ Omazz (นุ่มมาก ราคาหลายหมื่นเลย) , เจลอาบน้ำและแชมพู ใช้ของ Molton Brown จาก London หอมมากกกก ถ้าใครชอบผลิตภัณฑ์ตัวไหนก็ซื้อกลับบ้านได้นะจ๊ะ (ได้ราคาดีกว่าซื้อจากห้างหรูเยอะเพราะทางโรงแรมเป็นตัวแทนโดยตรงจ๊ะ)

DSC_2772 DSC_2777 DSC_2780 DSC_2782 DSC_2783 DSC_2785 DSC_2789 DSC_2792 DSC_2793 DSC_2799 DSC_2802 DSC_2808

และสำหรับแขกที่เข้าพักทุกท่านเขาจะมีบริการอาหารเช้าให้ด้วยนะจ๊ะ เลือกจากเซ็ทเมนูที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้ได้เลย บอกพนักงานว่าให้เสิร์ฟกี่โมง แล้วพนักงานจะมาจัดโต๊ะให้เลย มาพักที่นี่แล้วรู้สึกเป็นราชาเลยทันที ๕๕๕๕ ถ้าใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศ หรือมีแขกบ้านแขกเมืองที่ต้องการจะพักโรงแรมสไตล์นี้ น้าอ้วนแนะนำนี่เลย The Chiang Mai Riverside แห่งนี้ ราคาเมื่อเทียบกับคุณภาพแล้วบอกได้เลยว่าถูกมากๆ ใครมาแล้วประทับใจทั้งนั้น ได้ยินว่าเดือนก่อน พี่ซอนย่า คูลลิ่งพาลูกมาพักด้วย (จองโรงแรมมาเองเลย) รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้เลยนะจ๊ะ www.thechiangmai.com

DSC_2816 DSC_2820 DSC_2822 DSC_2824 DSC_2828 DSC_2827

ติดต่อร้าน The Vorra Bistro (The Chiang Mai Riverside)

13418702_1181897991842045_2636339151941626689_n

ชื่อร้าน : The Vorra Bistro
ที่อยู่ : 111 หมู่ที่ 7 ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด GPS : 18.7472605,98.9853912 (แผนที่จาก Google Maps)
ติดต่อ : 093-1361551 , 053-447211 ต่อ 503 , http://www.thevorra.com , https://www.facebook.com/Thevorrabistro
เวลาเปิดปิด : 07:00 – 22:00 น. ทุกวัน
Wongnai Review : https://www.wongnai.com/restaurants/236912wv-the-vorra-bistro

Comment Disclaimer