Wednesday November 25, 2020

นั่งกินข้าวท่ามกลางธรรมชาติห้อมล้อม สดชื่น เขียวชะอุ่ม หลากหลายเมนูจากเชฟฝีมือดีที่ Jazz Garden

Written by | 13/08/2020
Filed in: ร้านอาหารไทย

บรรยากาศร้านที่ร่มรื่น สดชื่น มีดอกไม้ใบหญ้าที่มีสีสันและเขียวชอุ่ม มันคงเป็นหนึ่งองค์ประกอบที่ใคร ๆ ก็ชอบ ทำให้การกินข้าวในมื้อนั้นเป็นสิ่งที่รื่นรมย์ น้าอ้วนก็เคยไปร้านอาหารที่มีต้นไม้เยอะๆ  หรือแม้แต่ร้านบนดอยที่อยู่ในป่า คราใดที่เห็นสีเขียวและสีสันของดอกไม้นานาพันธุ์ มันทำให้อารมณ์ในการกินมันสุนทรีย์ขึ้น แต่วันนี้เราไม่จำเป็นต้องไปขึ้นดอย เข้าป่า เพื่อหาบรรยากาศเหล่านั้น ที่นี่เหมือนยกป่ามาไว้ในใจกลางเมือง ในร้านอาหารที่เรียกว่าเขียวได้ทุกตารางเมตร กับร้านอาหารชื่อเพราะ ๆ Jazz Garden by mamanoi

ร้าน Jazz Garden เดิมทีที่นี่เป็นโรงเรียนสอนทำอาหารมาก่อน (Cookery School) แต่เมื่อโดนพิษของ COVID-19 ทำให้นักเรียนที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป จึงคิดที่จะดัดแปลงโรงเรียนให้เป็นร้านอาหาร โดยทุนเดิมที่ทางร้านมีก็คือสถานที่ แปลงผักออร์แกนิก ที่ปลูกเองและนำมาใช้ในครัว คุณครูที่ล้วนแต่มีประสบการณ์ด้านการทำอาหารก็รับหน้าที่เป็นเชฟ และเจ้าหน้าที่ที่มีทักษะด้านภาษาก็เป็นบริกรที่พร้อมให้การบริการได้ทุกสัญชาติ

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ ถนนต้นขาม ซอย 2 ที่จริงร้านนี้เข้าได้หลายทาง แต่ทางเข้าที่เรียกได้ว่าง่ายที่สุดก็คงต้องเข้าจากทางถนนซูเปอร์ไฮเวย์ ซอยที่อยู่ติดกับทางลอดเพื่อเข้าสู่ BigC ดอนจั่น เมื่อเข้าซอยมาแล้ว ขับตรงมาเรื่อย ๆ เจอสามแยกให้เลี้ยวขวา ขับมาเรื่อย ๆ จะเจอป้ายบอกทางเข้าซอย ขับตามป้ายบอกทางไปเรื่อย ๆ ก็จะถึงร้าน บริเวณด้านหน้าร้านที่ลานจอดรถกว้างขวาง ไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดรถเลย

พื้นที่กว่า 5 ไร่ เรียกได้ว่ากว้างขวางมาก สิ่งแรกที่เราสัมผัสได้เมื่อเดินเข้าไปก็คือ ความร่มรื่น สดชื่น พื้นที่เกือบทั้งหมดจะปกคลุมด้วยสีเขียว ทั้งต้นไม้ ดอกไม้ ที่เรียงรายโดยรอบ รวมไปถึงสวนผักที่ทางร้านปลูกไว้เพื่อเอาไว้ใช้ในครัว เป็นวัตถุดิบหลักที่เอามาทำอาหารให้ลูกค้า โดยผักทั้งหมดเป็นผักที่ปลอดสารเคมีทั้งสิ้น เมื่อเดินเข้าไปก็จะเจอกับพื้นที่ระเบียงริมสระน้ำ สดชื่น หรือแม้แต่โถงใหญ่ ๆ ที่สามารถจุคนได้เป็นร้อยคน ถือว่าร้านนี้ครบจริง ๆ

สำหรับอาหารนั้น ที่นี่จะเน้นอาหารไทยเป็นหลัก สำหรับเมนูแรกบอกเลยว่าน้าอ้วนแอบสังเกตว่าทุกโต๊ะจะต้องมีเตาแก๊สเล็ก ๆ สแตนบายไว้ แสดงว่าเมนูนี้สุดฮิต นั่นก็คือ ชาบู 2 น้ำ (ต้มยำและหมูตุ๋น) ชุดละ 189 บาท ถ้าจะเรียกว่าชาบูอาจจะไม่ถูกนัก เพราะเซ็ทนี้เขาจะมีเครื่องเคียงที่เหมือนจะให้เราทำก๋วยเตี๋ยวมาให้พร้อมสรรพ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทั้ง เส้นเล็ก เส้นใหญ่ หมี่เหลือง หรือหมี่หยก และเครื่องเคียงต่าง ๆ ทั้งหมูบด, ลูกชิ้น, สันคอหมู, หมูกรอบ ไข่ต้ม หอมเจียว แคบหมู และผักต่าง ๆ ทั้งน้ำซุปที่เป็นทั้งน้ำต้มยำเองและหมูตุ๋นซึ่งมีหมูตุ๋นจริง ๆ อยู่ในน้ำซุปด้วย เรียกได้ว่าเราสามารถ DIY ก๋วยเตี๋ยวในสูตรของเราเอง หรือจะกินเป็นชาบูสไตล์ญี่ปุ่นอีกแบบหนึ่งก็ได้นะ

ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ (69 บาท) อาหารจานเดียวง่าย ๆ ที่รสชาติถือว่ากลมกล่อมเลยทีเดียว ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ที่ผัดคลุกเคล้ากับซอสกลมกล่อม ใส่เนื้อไก่ ใส่หมึกกรอบ และท็อปด้วยไข่ยางมะตูมอยู่ด้านบน

ชุด 3 แซ่บ เซ็ท B (ชุดละ 199 บาท) เสิร์ฟมากันในถาดแบบเมืองเหนือ มีเซ็ทเมนู 3 อย่างที่อยู่ในปิ่นโต ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกหมู, ปีกไก่ทอดน้ำปลา และตีนไก่ซูเปอร์ 3 แบบ 3 สไตล์ความอร่อย ทั้งน้ำตกที่รสชาติกำลังดี หอมกลิ่นข้าวคั่ว กินแกล้มไปกับปีกไก่ทอดน้ำปลารสชาติเค็มกำลังดี หรือแม้แต่จะซดน้ำซุปร้อน ๆ กับตีนไก่ซูเปอร์ที่น้ำซุปกลมกล่อมและตีนไก่ที่เปื่อยมาก แทบจะไม่ไม่ต้องแทะเลย

ปลาทับทิมลุยสวน (199 บาท) ปลาทับทิมตัวใหญ่ขนาดพอดี แล่เนื้อให้เป็นชิ้น ๆ แล้วเอาไปชุบแป้งทอดจนกรอบนอกนุ่มใน ราดด้วยสมุนไพรต่าง ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่น้าอ้วนชอบก็คือที่นี่เขาจะมีแอ็ปเปิ้ลผสมมาด้วย มันทำให้ได้ความกรอบ ฉ่ำและกินแล้วรู้สึกสดชื่นมาก

มาถึงหมวดของส้มตำต่าง ๆ กันบ้าง ไม่ว่าจะเป็น ส้มตำทอด (79 บาท) ที่เอาเส้นมะละกอไปทอดจนกรอบ เสิร์ฟพร้อมน้ำราดที่รสชาติครบรส หรือจะเป็น ตำผลไม้รวม (69 บาท) ผลไม้สดกรอบ ปรุงแบบครบรสทำให้กินไปแล้วรู้สึกสดชื่นมาก และอีกหนึ่งเมนูที่เรียกว่าพลาดไม่ได้คือ ตำข้าวโพดไข่เค็ม (69 บาท) ทุกจานล้วนแต่รสชาติครบรส เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด มาด้วยกันแบบพอดี ข้าวโพดที่สดใหม่ พร้อมไข่เค็มที่เค็ม ๆ มัน ๆ รสชาติไปด้วยกันได้ดี

ผัดฉ่ากระทะร้อน (139 บาท) เอาใจสำหรับใครที่ชอบความจัดจ้าน ผัดฉ่าทะเลที่เสิร์ฟกันมาในแบบของกระทะร้อน กุ้ง หอย ปลา หมึก ที่ผัดมากับเครื่องผัดฉ่า กลิ่นฟุ้งเรียกน้ำย่อยมาแต่ไกล รสชาติจัดจ้าน แนะนำเป็นเมนูเด็ดสำหรับใครที่ชอบกินรสจัด

ไมโลการ์เด้น (69 บาท) เครื่องดื่มฝังใจในวัยเด็ก ไมโลเครื่องดื่มมอลต์ช็อคโกแลต ถ้าใครคิดถึงที่นี่มีให้บริการด้วยเช่นกัน ปั่นน้ำแข็งจนละเอียดสดชื่นมาก

หรือจะเป็นเครื่องดื่มตระกูลเบอร์รี่ ไม่ว่าจะเป็น บลูเบอร์รี่สมูทตี้ (79 บาท) และ สตรอว์เบอร์รี่สมูทตี้ (79 บาท) รสชาติหวานอมเปรี้ยว เครื่องดื่มสดชื่นกับกระหายเหมาะสำหรับวันไหนที่อากาศร้อน ๆ รับรองดับกระหายเป็นปลิดทิ้ง

มัทฉะลาเต้ (65 บาท) ชาเขียวใส่นม กลิ่นหอมของชาสดชื่น พร้อมรสชาติมันอร่อยของนม เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ใครชอบอะไรที่เป็นญี่ปุ่น ๆ มักจะสั่งกันบ่อย ๆ

ตอนที่คุยกัน น้าอ้วนก็พูดเล่นแอบแซวไปว่า ร้านนี้คงทำอาหารอร่อย เพราะว่ามีเชฟที่เคยเป็นคุณครูสอนทำอาหารหลายคนเลย … พอได้ชิมแล้วก็รู้สึกว่าโอเคเลยแหละ สำหรับการทำอาหารของที่นี่น้าอ้วนรู้สึกถึงว่าเขาใส่ใจกับลูกค้าหลาย ๆ คน บางจานก็ไม่ได้จัดจ้านจนเกินไป อย่างเช่นพวกส้มตำที่เขาทำมาแบบครบรส เพราะว่าคนเราก็มักจะมีความชอบที่ต่างกัน บางคนชอบเผ็ด ชอบหวาน ชอบเปรี้ยว ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่มีใครถูกผิด ดังนั้นการทำรสชาติกลาง ๆ จึงทำให้คนที่มาชิมรู้สึกว่าไม่ได้หนักไปทางใดทางหนึ่ง รวมไปถึงเรื่องของราคา ถ้าได้เห็นราคาแล้วก็คงตัดสินได้เลยว่าน่าคบหามาก ส่วนบรรยากาศให้ภาพบรรยายเอาเองดีกว่า … แต่ถ้าอยากมาสัมผัสด้วยตนเอง ก็เชิญได้นะจ๊ะที่ Jazz Garden นี่เอง

 

ชื่อร้าน : Jazz Garden by mama Noi
ที่อยู่ : 45/41 ถนนต้นขาม 2 ตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด GPS : 18.769765, 99.024121
ติดต่อ : 053-245142 , https://www.facebook.com/jazzgarden.mamanoi
เวลาเปิดปิด : 10:00 น. ถึง 20:00 น. ทุกวัน
Wongnai Review : https://www.wongnai.com/restaurants/jazz-garden-by-mama-noi-chiangmai

Comment Disclaimer