FOLLOW US ON SOCIAL

Posted On

04
February
2022

Celapot Café x Gallery สัมผัสการทำศิลาดลอย่างใกล้ชิด อาหารขนมและเครื่องดื่มสไตล์ไทย ๆ พร้อมสระบัวที่สวยงามเย็นสดชื่น

เชียงใหม่เรียกว่าเป็นเมืองที่มี “อะไรใหม่ ๆ” และ “อะไรสวย ๆ” ให้ไปค้นหาอยู่ตลอดเวลา และที่นี่เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่แห่งใหม่ที่ต้องบอกว่า ถ้าใครได้เข้ามาเยี่ยมแล้วจะต้องร้องว้าว เพราะเขาทุ่มเทให้ออกมาดี ให้ออกมาแตกต่าง และเป็นคาเฟ่ที่ค่อนข้างเน้นความเป็นไทย กับคาเฟ่สวย ๆ พร้อมกับแกลเลอรี่เครื่องปั้นดินเผาแนว ศิลาดล  กับร้านที่ชื่อว่า Celapot Café x Gallery

ชื่อ Celapot มาจากคำว่า Celadon ก็คือเครื่องปั้นดินเผาที่มีสีเขียวแตกลายงาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะในงานศิลาดล กับคำว่า Pottery ก็คือเครื่องปั้นดินเผานั่นเอง

ศิลาดลเป็นศิลปะการทำเครื่องปั้นดินเผาของทางภาคเหนือมาแต่ช้านาน ดังนั้นร้านนี้เขาจึงค่อนข้างที่จะอนุรักษ์ รักษาวัฒนธรรมของไทยไว้เป็นอย่างดี อย่างขนมที่เขาเสิร์ฟในร้าน ขนมบางตัวก็ถือเป็นขนมไทยโบราณ หรือขนมที่หากินได้ยาก โดยเป็นการผสมผสานความอร่อยแบบไทย ๆ กับหน้าตาอันโดดเด่นและเป็นสากลมากยิ่งขึ้น

Celapot ชื่อนี้อาจจะเพิ่งเคยได้ยินชื่อมาเมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา แต่ด้วยประสบการณ์ในการทำศิลาดลเขามีมามากกว่า 30 ปี ที่นี่มีน้ำเคลือบสูตรเฉพาะของตัวเองที่พัฒนาเป็นสีเขียวหยก โดยมีความคิดที่อยากจะสร้างโรงงาน โดยมีคาเฟ่ และแกลเลอรี่ที่ลูกค้าสามารถเข้ามาเยี่ยมชมสินค้า รับประทานอาหารที่ใช้ภาชนะของทางร้านเสิร์ฟเอง

ในพื้นที่ที่กว้างขวางแห่งนี้ เขาแบ่งออกเป็น 4 โซนด้วยกันคือ

  • โซนคาเฟ่ เสิร์ฟขนมหวานและอาหารว่างสไตล์ไทย โดยสูตรของเชฟระดับมิชลินสตาร์ พร้อมทั้งกาแฟที่ใช้เมล็ดจากบราซิลและเอธิโอเปีย ในคาเฟ่ที่ใช้โทนสีเขียวและสีทอง มีความหรูหรา บวกกับผนังลายดอกบัวที่เป็นเอกลักษณ์ ภายในก็จะมีสวนสไตล์ Tropical
  • โซนแกลเลอรี่ เป็นจุดที่แสดงสินค้าและจำหน่ายสินค้าศิลาดลของทางร้าน ที่ตกแต่งด้วยไม้โทนสีน้ำตาลและสีทอง ลูกค้าสามารถเห็นการเพ้นท์ลวดลายงานศิลาดลจากช่างผู้มีประสบการณ์ได้ด้วย
  • โซนโรงงาน ลูกค้าสามารถเห็นขั้นตอนการผลิตเครื่องปั้นดินเผาของทางร้านได้ และที่สำคัญสามารถมาเลือกซื้อสินค้าราคาถูกหน้าโรงงานได้ด้วย
  • ลานชมบัว ให้บริการอาหารไทย มีซุ้มไม้ไผ่ระดับความสูงเกือบ 6 เมตร มีสระดอกบัวกระด้ง ที่เป็นรูปเลข 8 อีกทั้งยังมีศาลาและหอคอยไม้ไผ่ ทุ่งหญ้าน้ำพุ และชิงช้าปีกนกอีกด้วย

ในส่วนของ Gallery นั้นลูกค้าสามารถแวะมาชมสินค้าเครื่องปั้นดินเผาต่าง ๆ ทั้งในแบบของศิลาดลสีเขียวสวยงาม หรือจะเป็นเครื่องปั้นดินเผาที่เพ้นท์ลวดลายด้วยมือ ซึ่งราคาก็จะมีเริ่มตั้งแต่หลักร้อย ไปจนถึงหลักแสน

โดยต้องบอกว่าที่นี่เขาจะมีส่วนที่ให้บริการอาหารและเครื่องดื่มอยู่ 2 แห่งด้วยกัน ก็คือในส่วนของคาเฟ่เอง และในส่วนของร้านอาหาร ซึ่งเขาจะแยกโซนกันเลยนะ ถ้าใครจะสั่งอาหารมากินในโซนคาเฟ่ ไม่สามารถทำได้นะเพราะเขาจะแยกโซนกันอย่างชัดเจน เรามาดูในโซนของคาเฟ่ ว่ามีอะไรให้สั่งกันบ้าง

ศิลาอ่อน (300 บาท) ขนมที่มีลักษณะคล้าย ๆ กับเปียกปูน แต่เป็นสีเขียว บางคนอาจะเรียกว่าขนมสาลาอ่อน หรือขนมถาด รสชาติจะออกหวานนิด ๆ สีเขียวที่ได้ก็มาจากใบเตย เสิร์ฟพร้อมโฟมกะทิเพิ่มความสวยงามและหวานมันยิ่งขึ้น

บัวลอยหม้อไฟ (350 บาท) เสิร์ฟมาพร้อมกับเครื่องศิลาดลสวยงาม แป้งบัวลอยหลากสี อยู่ในน้ำกะทิหอม หวาน มัน และเครื่องเคียงไม่ว่าจะเป็นมะพร้าวอ่อน, สมหวัง, ข้าวโพด, เผือก และถั่วคั่ว ก็เป็นตัวที่สามารถชูโรงให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้น

ข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้ เสิร์ฟบนช้างศิลาดล (450 บาท) อลังการไม่แพ้กับบัวลอยหม้อไฟที่ผ่านมา แต่เซ็ทนี้เขาเสิร์ฟบนช้างศิลาดลตัวโต ๆ ในจานก็จะมีข้าวเนียวมูนสีสันสดใส ที่เสิร์ฟเป็นคำ ๆ วางอยู่บนฝอยทอง ราดน้ำกะทิและถั่วทองพร้อมกินเป็นคำ ๆ มะม่วงน้ำดอกไม้สีเหลืองสวยงาม ปิดทองให้ดูอลังการเข้าไปใหญ่ และไอศกรีมกะทิรสชาติหวานมัน

สัตตบงกช (420 บาท) อาจจะเรียกว่าเป็นชุด High Tea ของ Celapot ก็เป็นได้ หลากหลายเมนูขนมไทย ๆ ที่อาจจะคุ้นตา หรือบางตัวอาจจะงง ๆ ว่ามันคืออะไร เสิร์ฟมาในชุดดอกบัวที่ทำจากทองเหลือง สวยงาม ใครสั่งเซ็ทนี้มาอย่าลืมเครื่องดื่มเย็น ๆ หรือชุดชา มาดื่มด้วยก็ดีนะ

 

โสมนัส (179 บาท) จากราคาปกติ 250 บาท (หมดเขต 28 ก.พ. 2565 นี้) ขนมไทยที่ชื่อมีความหมายดีก็คือ ความเบิกบาน ความสุขใจ เมนูขนมไทยวิธีทำอาจจะคล้ายกับขนมฝรั่งอย่างเมอแรงก์ ความเหนียวหนึบ หอมกลิ่นมะพร้าว พร้อมหวานเบา ๆ เสิร์ฟพร้อมกับซอสสตรอวเบอร์รี ช่วยเพิ่มความเปรี้ยวอมหวานให้ขนมนี้ยิ่งขึ้น เป็นขนมที่ทำมาเพื่อต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์โดยเฉพาะ

เครื่องดื่มต่าง ๆ เริ่มต้นในราคาเพียง 90 บาท ไม่ว่าจะเป็นกาแฟรสชาติต่าง ๆ ที่เราคุ้นเคย หรือจะเป็นเครื่องดื่มที่เอาวัตถุดิบแบบไทย ๆ มาทำเป็นเครื่องดื่มที่ได้รสชาติหอม หวาน เปรี้ยว สดชื่น

Move On มากันในส่วนของ “ลานชมบัว” กันบ้างนะจ๊ะ จะเป็นร้านอาหารที่มีวิวที่สวยงาม สามารถมองสระบัวเลข 8 ได้อย่าง 180 องศา พร้อมทั้งมีสวนดอกหญ้ากว้าง ๆ ให้ลงไปถ่ายรูปด้วย อีกทั้งนอกจากที่นั่งในอาคารที่ทำจากไม้ไผ่ที่สูงกว่า 6 เมตรแล้ว ก็ยังมีที่นั่งเป็นซุ้มเรียงรายกันตามแนวของทุ่งดอกหญ้า วันที่น้าอ้วนไปมีแดด แต่ลมพัดเย็นสบายอยู่ตลอดเวลา

ข้าวซอยเนื้อ (199 บาท) หน้าตาดูน่ากินมาก สำหรับใครที่เป็นสายเนื้อตัวยง จานนี้แนะนำเลยทันที เนื้อน่องลายสวย ๆ เท็กเจอร์เปื่อยนุ่ม เสิร์ฟพร้อมกับเส้นข้าวซอยเหนียวหนึบ น้ำซุปเข้มข้น เพิ่มความอร่อยด้วยเครื่องเคียงทั้ง ผักกาดดอง หอมแดง พริกเผา และมะนาว

ออเดิร์ฟเซลาพอต (599 บาท) ถ้ามากัน 2-3 คน ไม่ควรพลาด เพราะว่ามันอลังการมาก เมนูนี้เสิร์ฟมาในถาดศิลาดลใบใหญ่ หนักเอาเรื่อง ในถาดประกอบด้วยทั้งน้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง แคบหมู ไส้อั่ว แหนม หมูยอ หมูทอด เนื้อแดดเดียว หมูหยอง พร้อมผักแนมอีกหลายชนิด

ผัดไทยกุ้งสด (179 บาท) อิ่มสบายในสไตล์อาหารจานเดียว ผัดไทยเส้นเหนียวนุ่ม คลุกเคล้ากับน้ำซอสรสชาติลงตัว เสิร์ฟพร้อมกุ้งตัวใหญ่ ๆ เต็มปากเต็มคำ

ข้าวคลุกกะปิ (169 บาท) เมนูที่น้าอ้วนยอมใจคนทำจริง ๆ เพราะเป็นเมนูที่ต้องเตรียมเครื่องเคียงเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นแครอทซอย, มะม่วงซอย, ถั่วฝักยาวซอย, หอมแดง, พริกขี้หนู, พริกแห้ง, กุ้งลวก, กุ้งแห้งทอด, กุนเชียงทอด, แตงกวา, ไข่เขียวซอย และหมูหวาน เห็นแค่นี้ก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว ส่วนพระเอกคือข้าวคลุกกะปิ เสิร์ฟมาในกรวยใบตองเพื่อเก็บความร้อนและกลิ่นของข้าวคลุกกะปิไว้ให้นาน จนลูกค้าเป็นคนเปิดนั่นเอง

มะพร้าวปั่นนมสด (135 บาท) หอม หวาน มัน สดชื่นตามสไตล์ของมะพร้าวสด ๆ ปั่นพร้อมกับนมสด น้ำแข็งเนียนละเอียด สดชื่นมาก

ยูซุมะนาวโซดา (95 บาท) เพิ่มความสดชื่น หวานอมเปรี้ยวพร้อมความซ่าจากโซดาจากเมนูนี้ วันไหนอากาศร้อน ๆ ได้แบบนี้สักแก้ว สดชื่นแน่นอน

มิกซ์เบอร์รี่สมูทตี้ (125 บาท) เบอร์รีถือว่าเป็นผลไม้ที่ช่วยบำรุงสายตา ยิ่งเอาเบอร์รี่หลาย ๆ ชนิดมาผสมกัน ใส่น้ำแข็ง แล้วปั่น ยิ่งทำให้ได้คุณประโยชน์สูงสุดอีกด้วย

พีชโยเกิร์ตสมูทตี้ (125 บาท) ได้กลิ่นและรสชาติที่หอมหวานของพีช เคล้าความเปรี้ยวละมุนของโยเกิร์ต เมนูนี้ถือว่าเป็นความอร่อยที่ผสานกันได้อย่างลงตัว

พิงค์วาเลนไทน์สมูทตี้ (125 บาท) เมนูสีสันสวยงามที่ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์นี้ สมูทตี้เนื้อเนียนละเอียด เคล้าความหวานหอมจากผลไม้ และสีชมพูสดใส เข้ากับธีมวันแห่งความรักจริง ๆ

ก่อนกลับแวะชิมโรงงานผลิตศิลาดล หาของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดไม้ติดมือ ใช่ว่าศิลาดลจะมีราคาแพง ของฝากชิ้นเล็ก ๆ สวย ๆ หลักสิบบาท หลักร้อยบาทก็มีให้เลือกนะ

ถ้าใครจะมาเยี่ยมชม น้าอ้วนขอแนะนำว่าต้องมีเวลาสัก 2-3 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ เพื่อที่ว่าจะได้เยี่ยมชมทุก ๆ โซนของ Celapot แห่งนี้ ด่านแรกที่เข้ามาเราก็จะเจอ Tropical Garden ที่สดชื่น เย็นสบายด้วยไอหมอก รวมไปถึงน้องปลาคราฟที่ว่ายน้ำทักทายลูกค้าอย่างเป็นกันเอง เดินเข้าไปในโซนคาเฟ่ เลือกกินขนมไทยอร่อย ๆ กับเครื่องดื่มเย็น ๆ และเดินชม Gallery เครื่องปั้นดินเผาศิลาดล ถ้าชอบใจชิ้นไหนก็สามารถซื้อกลับบ้านได้ด้วยนะ แวะเดินไปด้านหลัง ไปเดินชมโรงงานศิลาดล เลือกซื้อสินค้าในราคาหน้าโรงงาน ราคาสบายกระเป๋า แวะชมดอกบัว ถ่ายรูปกับป้าย อีกทั้งเดินลงไปถ่ายรูปที่สวนดอกหญ้า นั่งชิงช้าปีกนก ถ้าหิวก็แวะมานั่งหาอาหารไทยอร่อย ๆ ที่ ลานชมบัว ครบจบกระบวนความ

 

ชื่อร้าน : Celapot Café x Gallery
ที่อยู่ :  162 หมู่ที่ 3 ถนนดอยสะเก็ด-บ่อสร้าง ตำบลป่าป้อง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด GPS : 18.840355, 99.134855
ติดต่อ :  093-1396298, https://www.facebook.com/celapotcafexgallery
เวลาเปิด-ปิด : 10:00 น. – 19:00 น. เปิดทุกวัน
Wongnai Review : https://www.wongnai.com/restaurants/1335980qG

RELATED POSTS

COMMENT

0 Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

POPPULAR REVIEWS

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save