Thursday August 13, 2020

อนุรักษ์ให้คงเดิม เสริมความเป็นร่วมสมัย โรงบ่มใบยาสูบแปลงโฉมเป็นร้านใหม่ พ่อเลี้ยง Bistro อาหารไทยรสจัด เข้มข้น ถูกปากคนไทย

Written by | 27/07/2020
Filed in: ร้านกาแฟ เบเกอร์รี่และขนมหวาน, ร้านอาหารแนวผสมผสาน, ร้านอาหารไทย

เก๊าไม้ล้านนา รีสอร์ท เป็นหนึ่ง destination ที่หลายคนมักจะแวะเวียนเมื่อเดินทางผ่านเส้นนี้ หรือบางคนก็ตั้งใจที่จะแวะมาเที่ยวชม มาถ่ายรูปเล่น ๆ หรือจะมาถ่ายชุดรับปริญญา ถ่ายภาพชุดแต่งงานหรือแม้แต่ภาพยนต์เรื่องดัง ก็ยังมาใช้สถานที่แห่งนี้ในการถ่ายทำด้วย น้าอ้วนเคยพามาเที่ยวที่นี่หลายรอบแล้ว เคยพาไปเที่ยวชมบรรยากาศของโรงแรมในช่วงค่ำคืน พาไปนั่งจิบกาแฟชิลล์ ๆ ที่คาเฟ่โรงบ่ม แต่สำหรับวันนี้ น้าอ้วนจะพามานั่งกินอาหาร และพามารู้จัก outlet ล่าสุดของเก๊าไม้ล้านนา รีสอร์ทแห่งนี้ สำหรับใครที่อยากมานั่งกินข้าวเป็นเรื่องเป็นราว รับรองที่ พ่อเลี้ยง Bistro แห่งนี้พร้อมเติมเต็มความประทับใจได้แน่นอน

พ่อเลี้ยง Bistro เป็นร้านอาหารน้องใหม่ของรีสอร์ทแห่งนี้ สำหรับใครที่เคยไปคาเฟ่โรงบ่มมาแล้ว ก็คงรู้สึกว่าถ้าจะมานั่งกินข้าวเป็นเรื่องเป็นราว อาจจะไม่ถนัดนัก เพราะโต๊ะหรือเก้าอี้อาจจะไม่ค่อยเป็นใจ ที่นู่นจะเน้นเป็นนั่งจิบกาแฟ กินขนม ชิลล์ ๆ ซะมากกว่า ดังนั้นที่พ่อเลี้ยง Bistro แห่งนี้จึงเป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์ในการนั่งกินข้าวได้มากกว่า ซึ่งร้านก็ไม่ได้อยู่ไกลกันเลย อยู่บริเวณด้านหลังของคาเฟ่โรงบ่มนี่เอง

โรงบ่มใบยาสูบ 2 หลังที่ถูกนำมารีโนเวทใหม่ ให้ดูไฉไลกว่าเดิม แต่ยังคงเค้าเดิม อนุรักษ์หน้าตาและโครงเดิมของโรงบ่มใบยาสูบไว้ เพราะว่าที่นี่เขาได้รางวัลการอนุรักษ์ดีเด่นจากทาง UNESCO ด้วยนะ ดังนั้นโรงบ่มทุกโรง ที่นี่จะดูแลอย่างดี ถ้าชำรุดก็จะซ่อมแซมให้แข็งแรง แต่ยังคงเค้าความเป็นของดังเดิมไว้ ทางเชื่อมเหล็กได้เชื่อมโรงบ่มทั้งสองเข้าด้วยกัน โรงบ่มที่นี่ล้วนแต่มีอายุมากกันทั้งนั้น ดังนั้นทางรีสอร์ทจึงได้เสริมโครงสร้างเหล็กให้แข็งแรงยิ่งขึ้น อิฐทุกก้อนจะกระเทาะออกมา เมื่อโครงสร้างทุกอย่างเสร็จก็จะเอาอิฐกลับไปก่อเข้าไปดังเดิม รวมไปถึงเอกลักษณ์ที่เป็นเฉพาะไม่ว่าจะเป็นช่องแขวนไม้ราว, ช่องสำรวจการบ่มใบยา หรือแม้แต่เตาไฟภายนอกและปล่องควันโลหะ ก็ยังคงเก็บไว้ เพื่อให้ทุกอย่างยังคงความเดิม ๆ

การตกแต่งรวมไปถึงชื่อของร้าน ได้แรงบัลดาลใจมาจากคุณพ่อ ของสะสมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นบานประตูเก่า บานหน้าต่างที่คุณพ่อได้สะสมไว้ ก็เอามาประดับตกแต่ง รวมไปถึงสีที่ใช้ทาบริเวณต่าง ๆ ของทางร้าน ก็ล้วนแต่มีที่มา ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำเงิน ที่เป็นสีคล้าย ๆ ผ้าม่อฮ่อม ซึ่งเป็นผ้าที่คุณพ่อชอบใส่ หรือแม้แต่สีแดง ก็เป็นสีที่คนสมัยก่อนชอบเอามาทาเป็นสีของบ้าน

สำหรับใครที่ได้ขึ้นไปชั้น 2 ของร้าน ก็อาจจะสงสัยว่า จะมีบันไดที่สามารถเดินไปข้างบน แต่ไม่ได้เชื่อมต่อกับห้องใด ๆ ไว้เลย แท้ที่จริงแล้วนั่นก็คือจุดที่ทางร้านอยากให้ลูกค้าที่เข้ามา ได้สัมผัสถึงความรู้สึก ได้รับรู้ถึงภาพที่คนที่จะเอาใบยาสูบขึ้นไปแขวนไว้มองเห็น ซึ่งมันเป็นอะไรที่เชื่อว่าหาดูได้ยากมากตอนนี้

หลังจากเที่ยวชมจนทั่วแล้ว กลับมานั่งโต๊ะ พร้อมสั่งอาหารกันดีกว่า เริ่มต้นเมนูแรก เมนูนี้น้าอ้วนว่าเหมาะสำหรับเป็นเมนูเรียกน้ำย่อย กินกับข้าวก็คงไม่ค่อยเข้ากัน นั่นก็คือ ไส้กรอกเยอรมัน เชียงใหม่ (380 บาท) เมนูรวมไส้กรอกเยอรมันหลากหลายชนิดไว้ด้วยกัน อีกทั้งยังมีแหนมและไส้อั่วเมนูที่อาจจะเรียกว่าเป็นไส้กรอกของภาคเหนือรวมอยู่ด้วย กินเล่น ๆ เพลิน ๆ ระหว่างเมนูอื่น ๆ มาเสิร์ฟก็อร่อยดีนะ

ไก่ทอดเกลือ (150 บาท) เมนูนี้ถ้าเสิร์ฟมาหลายคนก็อาจจะตกใจ เพราะว่าจานใหญ่มาก ใส่ถาดมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะ เพราะเมนูนี้ได้ไก่ถึงครึ่งตัวเลยทีเดียว ไก่ที่เอาไปหมักจนได้รสชาติความเค็มเข้าถึงเนื้อด้านใน รสชาติก็จะเค็มพอดี จะกินเล่น หรือกินกับข้าวก็อร่อยดี

ต้มโคล้งปลาช่อนทอด (160 บาท) ถ้าตักน้ำซุปเข้าปาก เชื่อว่าคำแรกที่ทุกคนต้องอุทานก็คือ “อื้อหือ” สำหรับใครที่ชอบกินอะไรจัดจ้าน ถึงเครื่อง บอกเลยว่าเมนูนี้ “น้ำมันร้าย” พร้อมทั้งเนื้อปลาช่อนที่เอาไปชุบแป้งบาง ๆ เอาไปทอดจนด้านนอกกรอบ ด้านในยังคงความฉ่ำ และผักสมุนไพรต่าง ๆ นานาอีกมากมาย

แซลมอนทอดดีปลีเก๊าไม้ (350 บาท) ตอนแรกก็คิดว่าจะเป็นปลาแซลมอนทอดเหมือนทุก ๆ ร้าน เพราะว่าดูหน้าตาแล้วไม่แตกต่างเลย แต่ถ้าได้ลองชิมดูแล้วจะรู้สึกเลยว่าเนื้อปลาถึงแม้ด้านนอกจะดูแห้ง ๆ แต่ข้างในยังคงความชุ่มฉ่ำ และเนื้อปลานุ่มมาก รวมไปถึงสมุนไพรต่าง ๆ โดยเฉพาะดีปลีที่ส่งกลิ่นหอมและเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์เยอะมาก

พิซซ่าน้ำพริกอ่อง (250 บาท) เมนูฟิวชั่นที่เอาเมนูพิซซ่าสไตล์อิตาเลียน แป้งบางกรอบ เอามาทาด้วยมะเขือเทศบดละเอียดปรุงรสให้จัดจ้านตามแบบของน้ำพริกอ่อง แล้วโรยชีสลงไป นำไปอบในเตาฟืนจนสุก พร้อมเสิร์ฟกับเมนูพิซซ่าน้ำพริกอ่อง ที่แป้งบางกรอก มีความกรอบที่บริเวณขอบ รวมไปถึงรสชาติของน้ำพริกอ่องที่ไม่จัดจ้านจนเกินไป

แกงฮังเลขาหมู (350 บาท) เรียกได้ว่าทำให้น้าอ้วนลืมภาพของแกงฮังเลร้านอื่น ๆ ไปเลย เพราะมาเจอแกงฮังเลที่ใช้ขาหมู(เยอรมัน)ทั้งขาเอามาทำแกงฮังเล ขาหมูเยอรมันขาใหญ่ ๆ แทนที่จะเอาไปทอดจนกรอบ แต่ที่นี่ไปตุ๋นกับเครื่องแกงฮังเล จนเปื่อยและนุ่ม (ฟังจากทางร้านเล่าบอกเลยว่ากว่าจะได้สูตรที่ลงตัว ต้องลองผิดลองถูกมาหลายรอบมาก) รสชาติแตกต่างจากร้านอื่น ๆ ตรงที่หนังจะไม่มันและเลี่ยนจะมีความหนึบหนับในตัว ส่วนบริเวณชั้นไขมัน จะไม่เหลวและนิ่ม จะมีความหยุ่น ๆ ถ้ากัดไปโดนมันจะรู้สึกเด้งสู้ฟัน และส่วนบริเวณเนื้อ ก็จะมีความนุ่ม ไม่แข็งกระด้าง รู้สึกมีความกรุบนิด ๆ เคี้ยวอร่อย สรุปถือว่าเป็นแกงฮังเลที่แปลก แต่อร่อยจริง ไม่เชื่อต้องมาลอง

หอยแมลงภู่โป๊ะแตก (390 บาท) หอยแมลงภู่ตัวโต ๆ (ย้ำว่าตัวใหญ่เอาเรื่องเลย) เอามาคลุกเคล้ากับเครื่องโป๊ะแตก ปรุงรสให้จัดจ้าน ใครที่ชอบกินหอยแมลงภู่ตัวโต ๆ อวบ ๆ พร้อมน้ำซุปที่แซ่บสะใจ เมนูนี้แหละอร่อยแซ่บเว่อร์

สั่งกับข้าวกันไปหลายอย่างแล้ว เติมความสดชื่นด้วยน้ำสมุนไพรสูตรเด็ดจากทางร้าน ไม่ว่าจะเป็นน้ำใบเตย, น้ำกระเจี๊ยบโซดา หรือน้ำตะไคร้ (50 บาท) ทุกอย่างหวานน้อย ได้กลิ่นของสมุนไพรหอม ๆ เย็นสดชื่น ดับกระหายได้เป็นอย่างดี

อิ่มทั้งบรรยากาศ อิ่มทั้งเรื่องราว (ที่น้าอ้วนเอามาเล่าให้ฟัง) อิ่มทั้งอาหารการกิน บอกเลยว่าที่นี่แหละ พ่อเลี้ยง Bistro สามารถเติมเต็มทุกความสนุก ทุกความประทับใจ ความโมเดิร์น ผสานกับความเก่าแก่ จนกลายเป็นความร่วมสมัย ที่ทางรีสอร์ทต้องการคงความสวยงาม ความมีเอกลักษณ์ของโรงบ่มใบยาสูบที่มีอายุเก่าแก่มาก แต่ก็ตั้งใจที่จะรีโนเวท ทำให้มีความแข็งแรง คงทน แต่ยังคงความเป็นเดิม ๆ ของสถาปัตยกรรมไว้ จนกลายเป็นความผสมผสานที่เข้ากันได้อย่างลงตัวของสถานที่ และความอร่อยของอาหาร โดยเฉพาะใครที่ชอบความเข้มข้นและจัดจ้านในแบบไทย ๆ แนะนำเลยที่ พ่อเลี้ยง Bistro แห่งนี้

 

ชื่อร้าน : พ่อเลี้ยง Bistro (เก๊าไม้ล้านนา รีสอร์ท)
ที่อยู่ : 1 หมู่ที่ 6 ถนนเชียงใหม่-ฮอด ตำบลบ้านกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด GPS : 18.570553, 98.878050
ติดต่อ : 053-481201 , Facebook Fanpage
เวลาเปิดปิด : จันทร์ – ศุกร์ เปิด 10:00 น. ถึง 19:00 น., เสาร – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิด 07:00 น. ถึง 20:00 น.
Wongnai Review : https://www.wongnai.com/restaurants/po-liang-bistro

Comment Disclaimer