FOLLOW US ON SOCIAL

Posted On

09
December
2021

เสพงานศิลป์ กินข้าวลำ กับคาเฟ่ที่ผสานความเป็น Art Gallery กับร้านอาหารเข้ากันได้อย่างลงตัวที่ คุ้มหอม เชียงใหม่

วันนี้น้าอ้วนอยากมีอารมณ์ประมาณว่าอยาก เสพงานศิลป์ กิ๋นข้าวลำ สักกำลอ อยากใช้เวลาเดินดู จินตนาการถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ศิลปินอยากจะสื่อ ยืนอยู่หน้าภาพต่าง ๆ แล้วนึกตาม พอดูเสร็จก็แวะลงมาหาอะไรอร่อย ๆ กิน ชมสวน ชวนธรรมชาติที่เรียกว่ายกป่ามาไว้ในเมือง และที่สำคัญจุดที่อยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ด้วย จะบอกไว้เลยว่าสิ่งที่จินตนาการข้างต้น เป็นไปได้และไม่ต้องไปไกลเลย อยู่ใจกลางเมืองของเราเนี่ยแหละ วันนี้น้าอ้วนจะพามาร้านที่เราสามารถเสพทั้งงานศิลป์ และเสพอาหารเครื่องดื่มอร่อย ๆ ได้พร้อม ๆ กันที่ คุ้มหอม คาเฟ่

ที่น้าอ้วนเกริ่นว่าร้านนี้อยู่ใจกลางเมือง ก็ไม่ผิดหรอก เพราะว่าร้านนี้เขาอยู่ในคูเมืองชั้นในด้วยนะ เรียกได้ว่าใจกลางเมืองเชียงใหม่เลย ร้านจะตั้งอยู่เยื้อง ๆ วัดโลกโมฬี (อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน) แต่ถ้าใครจะมาก็คงคิดหนักแล้วว่า ถนนคูเมืองรอบในมันเป็นถนนที่แคบ ถ้าเอารถยนต์ไปก็คงจอดรถไม่สะดวก แต่ไม่ต้องคิดหนักไป เพราะทางร้านเขาเล็งเห็นปัญหานี้อยู่แล้ว ก็เลยมีจุดจอดรถต่าง ๆ ไว้รอบรับลูกค้าที่เอารถยนต์มาหลายจุดเลยทีเดียว นับรวม ๆ แล้วจอดได้สามสิบกว่าคัน เยอะมาก!

สิ่งแรกที่หลาย ๆ คนเมื่อมาถึงร้านแล้ว ก็จะอดใจที่จะขึ้นไปดูห้องจัดแสดงศิลปะที่ชั้น 2 ไม่ได้ โดนบริเวณชั้น 2 จะเปิดให้ชมตั้งแต่ 08:00 น. ไปจนถึง 18:00 น. ยกเว้นวันจันทร์ (วันที่ร้านหยุด) ด้วยความที่เจ้าของร้านชื่นชอบงานศิลปะ และเป็นสมาชิกของชมรมศิลปะ ก็เลยอยากจะแบ่งปันงานศิลปะดี ๆ และอยากให้ที่นี่เป็นศูนย์รวมของคนที่ชื่นชอบศิลปะเช่นเดียวกันมาเป็นจุดนัดพบ อีกทั้งงานศิลปะทุกชิ้นที่นำมาจัดแสดง ถ้าลูกค้าท่านไหนสนใจ ก็ติดต่อทางร้านและเอาติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วยนะ โดยงานศิลปะที่นำมาแสดงนี้ก็จะหมุนเวียนเปลี่ยนกันไปเรื่อย ๆ

ลงมาบริเวณชั้นล่าง ไม่ว่าจะเป็นในโซนของห้องอาหารเอง หรือโซนระเบียงริมน้ำ และโซนของร้านกาแฟ ก็ล้วนแต่เป็นจุดที่น่าสนใจ ทุกจุดก็จะมองเห็นป่าในเมือง ที่ทางร้านได้จัดสวนมาแบบเขียวชอุ่ม ต้นไม้ ดอกไม้น้อยใหญ่ มีหมอกพ่นมาเพิ่มความสวยงาม พร้อมทั้งฝูงน้องปลาคราฟที่พร้อมจะทักทายและรอให้พี่ ๆ ใจดีป้อนอาหารให้ ใครที่ชื่นชอบธรรมชาติแต่ไม่อยากออกไปไหนไกล มาแวะที่นี่ได้ ฟินไม่แพ้กัน

ถึงแม้จะเป็นร้านอาหารที่เป็นสไตล์ล้านนาร่วมสมัย แต่ที่นี่ก็มีอาหารฟิวชั่นที่ดูแล้วแปลกตาด้วยนะ

ผัดไทยเกี๊ยวกรอบกุ้ง (185 บาท) อีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับใครที่อยากกินอะไรแปลกใหม่ที่เป็นผัดไทย (แต่ทางร้านก็ยังมีผัดไทยในแบบเดิม ๆ ให้บริการด้วยเช่นกัน) เครื่องผัดไทยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เต้าหู้ กุ้งแห้ง ถั่วงอก ฯลฯ เอามาผัดกับซอสผัดไทยปรุงรสชาติให้ครบรส แล้วเอามาใส่ในเกี๊ยวทอดที่ทำเป็นทรงกระทง ท็อปด้านบนด้วยกุ้งขาวตัวโต รสชาติสไตล์ผัดไทยแท้ ๆ แต่แฝงความกรอบของเกี๊ยวทอดในคำเดียวกัน

สปาเก็ตตีมันกุ้ง (185 บาท) ใครที่ชอบความครีมมี่ในแบบพาสต้า จานนี้ต้องมาโดน ความฟิวชั่นระหว่างต้มยำกุ้งกับเมนูสปาเก็ตตีแบบฝรั่ง ที่เชฟจะเน้นใช้มันกุ้งจากหัวกุ้งแม่น้ำ ผัดคลุกเคล้ากับเส้นสปาเก็ตตี ปรุงรสให้เข้าทางต้มยำ เสิร์ฟพร้อมกับไข่กุ้งที่ท็อปด้านบนแบบจุใจ และกุ้งแม่น้ำย่างไซซ์ใหญ่อีก 2 ตัว เรียกได้ว่าสะใจดีจริง ๆ

ฮังเลชาชู (120 บาท) ผสานกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นกับเมนูแกงฮังเลแบบฉบับเมืองเหนือ แกงฮังเลที่หอมกลิ่นเครื่องเทศ ผสานความอร่อยนุ่ม ชุ่มฉ่ำกับหมูชาชูแบบญี่ปุ่น กลายเป็นเมนูที่ไม่ต้องเป็นหมูสามชั้นชิ้น ๆ ก็อร่อยได้เหมือนกัน

ต้มยำกุ้ง 2 น้ำ (250 บาท) สองรสชาติในชามเดียว ใครที่ชอบต้มยำกุ้งน้ำใสก็กินได้ ใครชอบน้ำข้นก็กินดี เรียกได้ว่าไม่ต้องรักพี่เสียดายน้อง ต้มยำกุ้งน้ำใสที่ซดแล้วได้กลิ่นหอมของน้ำมะพร้าวน้ำหอมที่ผสมกับกลิ่นของสมุนไพรอย่างโดดเด่น ใส่มาในลูกมะพร้าวน้ำหอมคว้านที่สามารถกินได้จริง ด้านนอกยังเหลือพื้นที่สำหรับน้ำซุปแบบข้น ที่เชฟจะเสิร์ฟมาต่างหาก เรียกได้ว่าชามนี้สามารถซดได้ทั้งน้ำใส และน้ำข้นในเวลาเดียวกันเลย

ข้าวซอยไก่ (85 บาท) เมนูนี้ต้องบอกว่าไม่ได้มีขายทุกวัน จะมีเฉพาะ ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์เท่านั้น ข้าวซอยไก่ที่เรียกได้ว่าเข้มข้นสุด ๆ เพราะเชฟจะเคี่ยวกะทิกับเครื่องเทศต่าง ๆ จากหม้อใหญ่ ๆ ให้เหลือเป็นน้ำซอสนิดเดียว ความเข้มข้น ความหอมของเครื่องเทศต้องบอกเลยว่ามันหนักหน่วงมาก พร้อมทั้งเนื้อไก่ที่ซึมซับเอาน้ำซอสต่าง ๆ เข้าเนื้อได้เป็นอย่างดี ทำให้ข้าวซอยไก่จานนี้ถือเป็น rare item ที่ท้าให้มาลอง

อีกหนึ่งเมนู เอ๊ะจะเรียกว่าเมนูไม่ได้สิ ต้องเรียกว่า “เซ็ทเมนู” ที่อยากจะนำเสนอ เรียกน้ำย่อยด้วยทอดมันปลา เนื้อเนียน เด้ง หอมกลิ่นเครื่องแกง ตามมาด้วยซุปร้อน ๆ ข้น ๆ กับซุปเห็ดที่เชฟใช้เห็ดกว่า 5 ชนิดมาผสมกันชามนี้ ตามมาด้วยเมนู Main อย่างซี่โครงอบซอสบาร์บีคิว ที่เรียกได้ว่าเป็น Triple Cook กว่าจะได้เป็นซี่โครงชิ้นนี้มาก็ต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน เนื้อนุ่ม ร่อน ซอสรสชาติกลมกล่อมกำลังดี ปิดท้ายด้วยของหวานอย่างไอศกรีมไข่แข็งหม้อแกง ที่เอาขนมหม้อแกงของไทยนำมาประยุกต์ซะหน่อยด้วยการทำให้รสชาติและเนื้อสัมผัสออกแนวคัสตาร์ด พร้อมไอศกรีมไข่แข็งเย็นสดชื่น

นอกจากของคาวแล้ว เชฟที่นี่ก็ยังเก่งเรื่องของหวานด้วยอีกนะ การกินของหวานอร่อย ๆ พร้อมเครื่องดื่มในสวน มันก็ช่วยทำให้ made my day ได้เป็นอย่างดี

Salted Caramel Mille-Feuille (95 บาท) ขนมหวานที่ดูหน้าตาแสนหรูหราในแบบฝรั่งเศส แป้งพายกรอบที่เอามาวางซ้อนกัน เชื่อมระหว่างกลางด้วย Salted Caramel เมื่อเข้าปากแล้วได้ทั้งความกรอบและความมันและเค็มเบา ๆ อบอวนอยู่ในปาก

Lemon Merengue Tart (110 บาท) ครีมเลมอนที่ถูกบีบอยู่ใจกลางของแป้งทาร์ตรสชาติเปรี้ยวอมหวาน ผสานความกรุบกรอบของแป้งทาร์ตที่ห่อหุ้มไว้ ท็อปด้วยเมอแรงก์กรอบ ๆ ด้านบน เป็นขนมที่มีรสชาติของหลาย ๆ อย่างรวมกันได้หลายมิติ

Pina Colada (110 บาท) ชื่อคล้ายกับ cocktail ชนิดหนึ่ง ดังนั้นหน้าตาและรสชาติก็เลยจะออกมาแนวมะพร้าว ๆ กับช็อคโกแลตที่ทำเป็นคล้ายลูกมะพร้าวที่ห่อหุ้มครีมกลิ่นมะพร้าวและแยมเปลือกส้มเอาไว้ ให้ความสดชื่นเหมือนอยู่ทะเล

Matcha Éclair (75 บาท) ตอนแรกก็สงสัยว่าเป็นรสอะไร แต่พอได้ชิมก็รู้เลยว่าเป็นชาเขียว ที่ร้านจะไม่เน้นการใช้สีธรรมชาติที่สุด ดังนั้นสีของชาเขียวจะไม่เข้มเหมือนที่อื่น แต่กลิ่นและรสชาติมาเต็ม ทั้งที่บีบไว้ด้านบนและที่อยู่ด้านในเอแคร์

Golden (110 บาท) อีกหนึ่งเมนูที่ต้องร้องว้าว ขนมที่หน้าตาเหมือนแอปเปิลที่ด้านนอกตอนแรกนึกว่าจะเป็นช็อคโกแลตแข็ง ๆ แต่ผิดคาดกลายเป็นเจลที่หยุ่น ๆ ห่อหุ้มเอาไว้ ด้านในมีครีมมูสรสเนียน และมีแอปเปิลเจลลี่แอบซ่อนอยู่ด้านใน เพิ่มความสดชื่น เปรี้ยวอมหวาน

ไอศกรีมพรีเมียม (99 บาท) ไอศกรีมสูตรเด็ดของทางร้าน หวาน มัน หอม เย็นสดชื่น เสิร์ฟมาพร้อมกับเครื่องเคียงต่าง ๆ ที่มีผลไม้อบแห้งเป็นส่วนประกอบหลัก

มีของหวานแล้วเราก็ต้องมีเครื่องดื่มมาเสริมกัน ให้ทุกอย่างมันลงตัวยิ่งขึ้น

คุ้มหอมคอฟฟี่ (120 บาท) สองความสดชื่นด้วยเอสเปรสโซช็อตที่มีความหอมกรุ่นและเข้มข้น ผสานกับความหวานของน้ำส้มเปรี้ยวอมหวาน

 

Yuzu Honey Soda (120 บาท) วันไหนที่แดดร้อน ๆ ถ้าได้แก้วนี้นะ รับรองว่าสดชื่นหายเป็นปลิดทิ้ง ความเปรี้ยว ความหอมของส้มยูซู ผสานกับความหวานของน้ำผึ้ง และเสริมความซาบซ่าด้วยโซดา 3 ทหารเสือประสานความสดชื่นแบบนี้ ท้าให้ลอง

Pineapple Basil (125 บาท) เห็นเป็นสีเขียว ๆ แบบนี้น่าจะทายกันผิด เพราะแก้วนี้คือสับปะรด รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ที่ได้สีและกลิ่นหอมของโหระพา ยังไงหละ

ภูข้าวหอม (120 บาท) น้ำมะพร้าวน้ำหอมรสชาติหอมหวาน เอามาผสานกับกาแฟที่หอมกรุ่นรสชาติเข้มข้น กลายเป็นเครื่องดื่มที่ความเป็นมะพร้าวกับกาแฟผสานกันได้ลงตัว

คุ้มหอมเลมอน (120 บาท) สดชื่นด้วยความเป็นเลมอน รสชาติเปรี้ยวอมหวาน

กินทุกคำ ลำทุกมื้อ คอนเส็ปต์ดี ๆ ของทางร้าน ที่อยากให้ทุกช่วงเวลาของที่นี่ เป็นมื้ออร่อยของทุกคน ไม่ว่าใครที่เป็นคนชอบเที่ยวตามคาเฟ่ต่าง ๆ หรือใครที่ชอบงานศิลปะ น้าอ้วนเชื่อว่าที่นี่จะเป็นจุดนัดพบที่ดีของทุกคน เสพงานศิลป์เสร็จแล้ว ก็มาเสพอาหารอร่อย ๆ ขนมดี ๆ เครื่องดื่มสดชื่น ถือเป็นอีกหนึ่งร้านดี ๆ ที่ใครโหยหาธรรมชาติต้องแวะมาเยือน

ชื่อร้าน : คุ้มหอม คาเฟ่ – Khun Hom Cafe
ที่อยู่ : 155/3 ถนนศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด GPS : 18.795435, 98.982152
ติดต่อ : 093-2232777 , https://www.facebook.com/khumhomcafe
เวลาเปิดปิด : 08:00 น. ถึง 21:00 น. หยุดทุกวันจันทร์
Wongnai Review : https://www.wongnai.com/restaurants/797555Ot

RELATED POSTS

COMMENT

0 Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

POPPULAR REVIEWS

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save